แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทควันโด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทควันโด แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

พิมล ศรีวิกรม์ กับสมาคมเทควันโดฯ ใครสร้างใคร? ผลงานถึงได้ยิ่งใหญ่

 
 
        กว่า 8 ปี ที่วงการเทควันโดเมืองไทย คึกคัก สร้างผลงานที่กลายเป็นประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ตลอดทุกเดือน จนมาถึงปี 2553 ถือเป็นปีทองของสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่สร้างผลงานต่างๆ อย่างมากมายเข้าตากรรมการจน คว้ารางวัลสมาคมกีฬายอดเยี่ยม สยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5

     โดยตลอดปี 2553 สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ที่มี ''บิ๊กเอ'' พิมล ศรีวิกรม์ เป็นนายกสมาคมฯ พร้อมคู่หู ''บิ๊กชา'' ปรีชา ต่อตระกูล ประธานเตรียมนักกีฬาทีมชาติ ได้นำพาทัพจอมเตะไทยไปแข่งขันระดับนานาชาติ มากถึง 9 รายการในปีเดียว ซึ่งจอมเตะไทยสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการเทควัน

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

บทความเทควันโด:"ชัชวาล ขาวละออ" จอมเตะเบอร์ 1 ของโลก ความกลัวเปลี่ยนชีวิตให้ยิ่งใหญ่



 ''คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก'' สโลแกนนี้ ถึงแม้จะเป็นของ น้ำเมา ยี่ห้อหนึ่ง แต่ความหมายเข้ากับนักกีฬาไทยที่คว้าความสำเร็จระดับโลกอย่างยิ่ง

     
โดยเฉพาะ "เจ้าแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ นักเทควันโดทีมชาติไทย ที่โด่งดังที่สุดในบรรดาจอมเตะ

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

10 อันดับศิลปะป้องกันตัวของเอเชีย

มวยไทย Muay Thai
มวย ไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในเชิงกีฬาและ การต่อสู้จริง ๆ ศิลปะประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณกาลบรรพบุรุษของชาติไทยได้ฝึกฝนอบรมสั่ง สอนกุลบุตรไว้เพื่อป้องกันตัวและ ป้องกันชาติ บรรดาชายฉกรรจ์ของไทยได้รับการ ฝึกฝนวิชามวยไทยแทบทุกคน นักรบผู้กระเดื่องนามทุกคนต้องได้รับการฝึกฝนอบรมศิลปะประเภทนี้อย่างชัดเจน ทั้งสิ้น เพราะการใช้อาวุธรบในสมัยโบราณเช่น กระบี่ พลอง ดาบ ง้าว ทวน ฯลฯ ถ้ามีความรู้วิชามวยไทยประกอบด้วยแล้ว จะทำให้เกิด ประโยชน์มากที่ สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เข้าสู้ติดพันประชิดตัวก็จะได้อาศัยใช้อวัยวะ บาง ส่วนเข้าช่วย เช่น เข่า เท้า ศอก เป็นต้น แต่เดิมมาศิลปะมวยไทยที่มีชั้นเชิงสูงมักจะฝึกสอนกันในบรรดาเจ้านายชั้น ผู้ใหญ่หรือเฉพาะพระมหากษัตริย์และขุนนาง ฝ่ายทหารเท่านั้น ต่อมาจึงได้แพร่หลายไปถึงสามัญชน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิทยาการจากบรรดาอาจารย์ ซึ่งเดิมเป็นยอดขุนพล หรือนักรบมาแล้ว วิทยาการจึงได้แพร่หลายและคงอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้



มวยเตะ KICK BOXING
คิก บ๊อกซิ่งเป็นกีฬาที่ใช้ศิลปะการป้องกันตัวแบบการชกมวยทั่วไปแต่สามารถ ใช้เท้าเตะได้ด้วย คิกบ๊อกซิ่งเป็นกีฬามวยที่ใช้อวัยวะได้ทุกส่วน โดยนักกีฬาเน้นการใช้อุปกรณ์ป้องกันอวัยวะและใส่อุปกรณ์นั้นเวลาแข่งขัน เช่น นักกีฬาชายใส่กางเกงนักมวย ไม่ใส่เสื้อแต่มีอุปกรณ์ป้องกัน ที่แก พันมือ นวมชกมวย เครื่องสวมศีรษะ เป็นต้นมักมีการสับสนระหว่างคิกบ๊อกซิ่งและมวยไทยกีฬาทั้งสองเป็นการชกมวย เช่น กัน เเต่มีความแตกต่างที่มวยไทยสามารถเตะใต้เข็มขัดได้ สามารถใช้ศอกและเข่าในการเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่คิกบ๊อกซิ่ง ไม่สามารถใช้ได้


คูราช (Kurash)
คูราช (Kurash) เป็น กีฬาพื้นบ้านของอุซเบกิสถาน ที่ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการเล่นให้เป็นแบบสากลหลักการพื้นฐานของกีฬาชนิด นี้มีลักษณะผสมผสานระหว่างมวยปล้ำกับยูโด โดยแบ่งผู้แข่งขันเป็น 2 ฝ่าย สู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 15 x 15 เมตร คู่ต่อสู้จะต้องทุ่มอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มลงกับพื้นให้ได้ภายในเวลา 4 นาที สำหรับผู้ชาย และ 3 นาทีสำหรับผู้หญิง การให้คะแนน แบ่งเป็น * คาลาล ทุ่มคู่ต่อสู้ลงให้หลังแนบพื้นโดยสมบูรณ์ ผู้ที่ทำได้จะชนะทันที * ยอนบอส ทุ่มแล้วสีข้างหรือด้านข้างลำตัวของคู่ต่อสู้แนบพื้นอย่างสมบูรณ์ จะได้ 1 คะแนน หากทำคะแนนแบบยอยบอสได้ 2 ครั้งจะเท่ากับ 1 คาลาล ถือว่าชนะทันที * ชาล่า ทุ่มแล้วทำให้ก้นหรือหลังหรือท้องหรือสีข้างกระทบพื้นแต่ไม่สมบูรณ์ คะแนนแบบชาล่าไม่ทำให้การแข่งขันยุติ แต่จะใช้ตัดสินเมื่อหมดเวลา


ยูโด (Judo)
ยูโด (Judo) เป็นศิลปะการป้องกันตัวประเภทหนึ่งที่ถือกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีมาแต่ดึกดำบรรพ์ ปัจจุบันมีผู้นิยมฝึกหัดเล่นกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ยูโดเป็นรูปแบบของการป้องกันตัวเป็นศิลปะส่วนหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่มีการดัด แปลงปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย นอกจากจะเป็นการฝึกเพื่อป้องกันตัวเองแล้วยังเป็น การบริหารร่างกาย เพื่อให้ เกิดความแข็งแรง ฝึกสมาธิให้มั่นคง ผู้ฝึกจะได้รับประโยชน์ทั้งด้านร่างกาย และสมาธิด้านจิตใจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ หรือการตั้งรับ ยูโดมีชื่อเต็มว่า โคโดกัน ยูโด (Kodokan Judo) เดิมทีเดียวเรียกกันว่า ยูยิตสู (Jiujitsu) ซึ่งเป็นวิชาที่สามารถต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่มีอาวุธด้วยมือเปล่าและเป็นการ ทำลายจุดอ่อนของคู่ต่อสู้



เทควันโด
แต่ เดิมสมาคมเทควันโดแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ดำเนินการสนับสนุนให้เทควันโด แพร่หลายไปทั่วโลก มีการจัดตั้งสมาคมเทควันโดขึ้นในประเทศต่างๆ มีการพัฒนารูปแบบการฝึกออกไปมากมายทำให้ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันจนกระทั่ง * พ.ศ. 2515 ก่อตั้งสหพันธ์เทควันโด ( The World Taekwondo Federation : WTF) ที่ทำการใหญ่อยู่ที่สำนักคุกคิวอน กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ประธานสหพันธ์คนแรก คือ ดร. ยุน ยอง คิม * พ.ศ. 2516 การแข่งขันกีฬาเทควันโดโลกครั้งแรก และจัดเป็นประจำทุกๆ 2 ปี พ.ศ. 2529 บรรจุกีฬาเทควันโดในเอเชี่ยนเกมส์ * พ.ศ. 2531 บรรจุกีฬาเทควันโดในกีฬาโอลิมปิก พ.ศ. 2510 เปิดสอนเทควันโดในประเทศไทยที่วายเอ็มซีเอ ราชกรีฑาสโมสรกรุงเทพฯ ในฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกาที่ตาคลี นครราชสีมา อุดรธานี อุบลราชธานีและสัตหีบ * พ.ศ. 2516 เปิดสอนเทควันโดที่ราชกรีฑาสโมสร พ.ศ. 2519 เปิดสำนักขึ้นที่โรงเรียนศิลปป้องกันตัวอาภัสสา ถนนเพลินจิต * พ.ศ. 2521 ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมศิลปป้องกันตัวเทควันโด ณ โรงเรียนอาภัสสา โดยมีนายสรยุทธ ปัทมินทร์วิโรจน์ เป็นนายกสมาคมฯคนแรก ต่อมาสมาคมฯ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย

คาราเต้
คาราเต้ เป็นศิลปะป้องกันตัวที่พัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของชาวญี่ปุ่นใน หมู่เกาะริวกัว และจากทักษะการต่อสู้แบบจีน หรือมวยได้คาราเต้เป็นวิถีเเห่งการดึงพลังจากส่วนต่างๆ ของร่างกายมารวมให้เป็นหนึ่งในการต่อสู้โจมตี เช่น หมัดเข่า ศอก โดยใช้มือ เปล่า ปราศจากอาวุธ แต่เป็นการใช้เทคนิคในการสร้างพลังมือเปล่าแทนอาวุธและโล่ห์ การฝึกหัดคาราเต้บางสำนักอาจมีท่าพื้นฐาน ท่าต่อสู้ หรือท่ารำเเตกต่างกันไป เช่น การหน่วงเหนี่ยว การปล้ำ การผลัก การจับยึด



ยูยิตสู
ยู ยิสสู ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า ศิลปะแห่งความอ่อน เป็นชื่อเรียกของศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่น โดยบางครั้งอาจจะถูกเรียกด้วยชื่ออื่น ๆ เช่น ยาวารา (yawara) , ไทจุสสุ (taijutsu) ประวัติที่มาของยูยิสสูนั้นไม่ชัดแจ้ง โดยมากกล่าวกันว่าถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงยุคของสงครามสมัย ระหว่างศตวรรษที่ 8 ถึง 16 เนื่อง จากเป็นยุคสมัยสงครามทำให้เกิดวิชาใหม่ ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีสำนักยูยิสสูอยู่หลายร้อยสำนัก โดยแต่ละสำนักมีแนวทางในการฝึกของตัวเอง โดยมากจะรับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้โบราญของซามูไรที่เรียกกันว่า ไทจุสสุ ซึ่งหมายถึงศิลปะการใช้ร่างกาย โดยยูยิสสูนั้นเป็นชื่อเรียกกลางที่ใช้เรียก ศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอีกชนิดหนึ่งนั่นเอง



มวยจีน(ไทเก๊ก, วูซู, กังฟู))
วู ซู มาจากภาษาจีนกลางว่า "อู่ซู่" หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามของ "กังฟู" คือ วิชาว่าด้วยการใช้เทคนิค ในการเข้าปะทะต่อสู้เป็นสาระสำคัญ มีรูปแบบการร่ายกระบวนยุทธ และชั้นเชิงต่อสู้เป็หลักในการฝึก ทั้ง มีหลักศิลปะกายบริหารที่สืบทอดกันมา โดยมุ่งเน้นการประสานพลังภายในและภายนอก อันเป็นจุดเด่นของ วิทยาการวูซู



ปันจักสีลัต
ปัน จักสีลัต (Pencak Silat) เป็นคำที่มาจากภาษาอินโดนีเซียมาจากคำว่า ปันจัก (Pencak) หมายถึงการป้องกันตนเอง และคำว่า สีลัต (Silat) หมายถึงศิลปะ รวมความแล้วหมายถึงศิลปะการป้องกันตนเอง กีฬาประเภทนี้เดิมเป็นศิลปะการต่อสู้ของคนเชื้อสาย มลายู ในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน และพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย คือ ปัตตานี ยะลา สตูล นราธิวาส และสงขลา เรียกว่า “สิละ” “ดีกา” หรือ “บือดีกา” เป็นศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าเท้าเปล่า เน้นให้เห็นลีลาการเคลื่อนไหวที่สวยงาม มีบางท่านกล่าวว่า สิละมีรากคำว่า ศิละ ภาษาสันสกฤต


เคนโด้
เคนโด้ (ญี่ปุ่น: 剣道) เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่น เคนโด้ มีความหมายว่า"วิถีแห่งดาบ" มีพื้นฐานมาจากการใช้ดาบของพวกซามูไรในสมัยก่อน สืบทอดมากันประมาณ พ.ศ. 1332 เป็นวิชาที่ใช้ดาบไม้ไผ่ ในการฝึก ด้วยกระบวนท่าการต่อสู้ที่รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด ต่อเนื่อง จึงเป็นที่นิยมไปกว่า เกือบ 30 ประเทศทั่วโลก

"ชัยศักดิ์ เช " (Choi Young Seok) ผู้ยกระดับมาตรฐานเทควันโด้ไทย



เทควันโดไทยเคยเป็นเพียงไม้ประดับในโอลิมปิกเกมส์แต่ หลังจาก น้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย ได้เหรียญทองแดงในโอลิมปิก เอเธนส์เกมส์ 2004 ที่กรีซ และล่าสุด น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง ก็คว้าเหรียญเงินโอลิมปิกจากปักกิ่งเกมส์ได้อีก ทั้งนี้กับความสำเร็จของทัพเทควันโดไทยนั้น มีชายเลือดเกาหลีที่ชื่อ “เช ยอง ซอค” เป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง วันนี้ทีม “วิถีชีวิต” มีแง่มุมชีวิตชายผู้นี้มานำเสนอ...


เช ยอง ซอค (Choi Young Seok) หรือ “โค้ชเช” ซึ่งพูดไทยได้ บอกเราว่า คนไทยมักเรียกชื่อท้ายเขาผิด มักเพี้ยนจากคำว่า “ซอค” เป็น   “ซุก” ซึ่งที่จริงไม่ใช่ซุก เพราะคำนี้ใช้กับชื่อผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ในเมืองไทยเขาก็มีอีกชื่อหนึ่งที่เป็นชื่อไทย ที่นักกีฬาตั้งให้ คือ “ชัยศักดิ์” ซึ่งเป็นชื่อดี หมายถึงชัยชนะ

โค้ชเชเล่าประวัติส่วนตัวให้ฟังว่า เกิดเมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2517 ตอนนี้ก็อายุ 34 ปีเศษแล้ว เขาเป็นคนกรุงโซล มีพี่น้อง 2 คน ปัจจุบันพ่อและแม่เสียชีวิตไปหมดแล้ว เหลือเพียงพี่สาวที่อาศัยอยู่ที่เกาหลีใต้เพียงคนเดียว ด้านชีวิตครอบครัวส่วนตัวโค้ชเชเปิดเผยว่าแต่งงานแล้วกับภรรยาชาวเกาหลีใต้ และอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน โดยภรรยาชื่อ ปาร์ค อึง ยอง แต่ยังไม่มีลูก ซึ่งภรรยาเคยตั้งท้องถึง 3 ครั้ง แต่ก็แท้งทั้ง 3 ครั้งเพราะร่างกายไม่แข็งแรง “เรื่องมีลูกนี่เป็นอีกความหวังที่หวังไว้มาก พอ ๆ กับเหรียญทองโอลิมปิก”

“เวลากลับไปเจอเพื่อนที่เกาหลี เห็นเขามี ลูก ๆ ผมก็อยากมีกับเขาบ้าง ผมคิดไว้ว่าคงดีไม่น้อยถ้ามีลูก ๆ มาวิ่งเล่นให้ผมเห็น เวลาผมกลับบ้านเหนื่อย ๆ” โค้ชเชกล่าว ก่อนจะเล่าอีกว่า ปกติเขาจะต้องทำงานวันจันทร์-เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์ถ้าว่างหรือไม่เหนื่อยเกินไปก็จะพาภรรยาไปเดินเล่น ซื้อของ หรือบางครั้งก็ไปเที่ยวต่างจังหวัด ชอบทะเล ที่ชอบไปมากคือพัทยา และก็อยากไปเกาะสมุย หัวหิน เพราะดูจากหนังสือแล้วทะเลสวย

ชีวิตวัยเด็กของโค้ชเช เขาโตมาในครอบครัวที่ยากจน พออายุได้ 7 ขวบ บิดาก็เสียชีวิต ทำให้คุณแม่ต้องแบกรับภาระครอบครัวเพื่อส่งเสียให้เขาและพี่สาวได้เรียนสูง ๆ และการที่เห็นแม่ต้องทำงานหนักทำให้เขาตั้งใจว่าต้องเป็นนักกีฬาเพื่อจะได้ทุนเรียนฟรี เพื่อแบ่งเบาภาระของทางบ้าน ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองเคยใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจมากกว่า ซึ่งกับกีฬาเทควันโดเขาเริ่มเรียนช้ากว่าคนอื่น ๆ โดยเริ่มตอนอายุ 11 ขวบ ขณะที่เด็กเกาหลีทั่วไปจะเริ่มกันตอนอายุ 7-9 ขวบเท่านั้น แต่หลังจากเริ่มเรียนและฝึกซ้อมอย่างหนัก เพียง 3 เดือนต่อมาเขาก็ได้ลงแข่งชิงแชมป์ระดับประเทศกับเด็กเกาหลีอีกเกือบ 500 คน และก็ได้เหรียญทองแดงมาเป็นรางวัล เป็นเหรียญแรกในชีวิต จากนั้นเขาก็เริ่มจริงจังและมุ่งมั่น จนเรียนจบระดับปริญญาได้โดยไม่ต้องอาศัยเงินทางบ้าน

“ถ้าวันนี้คุณแม่ยังอยู่ ผมเชื่อว่าเขาจะต้องภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มากขึ้นอีก” โค้ชเชกล่าว
 
 กับเส้นทางการเข้ามาทำทีมเทควันโดไทยนั้น เชื่อหรือไม่ว่าการเข้ามาของเขาเริ่มจากถูกส่งมาเป็น      “มวยแทน” แทนโค้ชคนเก่าที่ขอยกเลิกสัญญา ก่อนหน้าการแข่งเอเชี่ยนเกมส์ 2002 จะเริ่มขึ้นเพียง 8 เดือน
โค้ชเชเข้ามาทำทีมโดยมีการติดต่อผ่าน World Taekwondo   Federation (WTF) ก่อนหน้าที่จะมาทำทีมชาติไทยโค้ชเชเพิ่งจะหมดสัญญากับบาห์เรน และเดินทาง กลับไปเกาหลีใต้ ซึ่งตอนที่เขาเป็นโค้ชทีมชาติให้บาห์เรนนั้นเขาถูกบันทึกว่าเป็นโค้ชระดับชาติคนแรกที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัย 27 ปี เขาบอกว่าตอนที่เข้ามาไทยนั้นเทควันโดในไทยยังไม่บูม สมาคมก็มีปัญหามาก พอโค้ชคนเก่าออก นักกีฬาชุดเดิมเกือบทั้งหมดก็ขอลาออก เหลือแต่นักกีฬาที่เป็นคู่ซ้อมกับนักกีฬาเด็กที่บางคนยังไม่ได้สายดำด้วยซ้ำ อาทิ น้องจิ๊บ-ชลนภัส เปรมแหวว, น้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย อีกทั้งเวลาก็จำกัด จึงเป็นงานหนักและหินมาก

“คิดว่าหาประสบการณ์ แต่ก็ทำเต็มที่ ตอนนั้น 8 เดือนนี่หนักมาก อึดอัด เครียด จนจบเอเชี่ยนเกมส์แม้ผลงานจะดีแต่ก็ยังคิดอยู่ว่าจะเลิกดีไหม สัญญาก็หมดแล้ว แต่ผู้ใหญ่และนักกีฬามาขอว่าให้ช่วยทำทีมต่อ ก็เลยตัดสินใจอยู่ วันนั้นถ้าไม่มีใครหนุนผมก็คงไปแล้ว เพราะที่เกาหลีผมก็มีอาชีพเป็นโค้ชมหาวิทยาลัยอยู่ ตอนนั้นไม่คิดเลยว่าจะอยู่เมืองไทยยาวนานเกือบ 7 ปีแล้ว” หนุ่มกิมจิที่มาซดต้มยำกุ้งอยู่ในไทยหลายปีแล้วกล่าว

พูดถึงโค้ชต่างประเทศที่เข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนนักกีฬาไทย ที่คนไทยชื่นชม ตอนนี้เชื่อว่าชื่อของ โค้ชเช-เช ยอง ซอค ต้องติดโผในอันดับต้น ๆ ยิ่งมีกระแสเกาหลีฟีเวอร์ในบ้านเรา ชื่อเสียงของโค้ชเชก็ยิ่งถูกกล่าวขวัญถึงกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับสาว ๆ ซึ่งโค้ชเชเผยความรู้สึกเรื่องนี้ว่า...

“เขินครับ อายด้วย ไม่ชอบด้วย คือผมเป็นนักกีฬา ผมเป็นโค้ช มีหน้าที่ฝึกสอนนักกีฬา ไม่ได้เป็นดาราเลยทำตัวไม่ถูกครับ เวลาไปไหนมาไหนแล้วมีคนเข้ามาทักทาย มาขอถ่ายรูป แรก ๆ ภรรยาเขาก็ไม่ชอบ เพราะเวลาส่วนตัวมีให้เขาน้อยมาก เขาก็อยากเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับ เขาก็เข้าใจดี เขาก็เข้าใจว่าเพราะเราทำงานดี ผลงานออกมาดี ก็เลยมีคนไทยชื่นชม”

เมื่อถามว่าผลงานเทควันโดไทยที่ทำได้ดีมาตลอด กลายเป็นอีกกีฬาความหวังของไทย จะทำให้กดดันมากขึ้นหรือ   ไม่ ? โค้ชเชบอกว่าไม่หนักใจ ทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุด ทุกครั้ง ส่วนเรื่องสัญญา เรื่องมีข่าวว่าหลายประเทศสนใจดึงตัวเขาไป เขากล่าวว่าถึงวันนี้อยู่กับนักกีฬาไทยมาเกือบ 7 ปี ทำงานก็มีความสุขดี ดังนั้นถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปไหน ไม่อยากไปสอนใครให้มาชนะลูกศิษย์ตัวเอง และที่นี่ก็ผูกพันกันมากกว่านักกีฬากับโค้ช

“ทุกวันนี้ผมเกือบจะคิดว่าผมเป็นคนไทยแล้วด้วยซ้ำ อยากขอบคุณคนไทยที่ไว้ใจผม สนับสนุนผม ผมสัญญาว่าจะทำเต็มที่ ผมคิดว่าทีมเราก็เหมือนบันได ต้องไปทีละขั้น ปี 2004 เราได้เหรียญทองแดง ปี 2008 เหรียญเงิน เราก็หวังว่าทีมเทควันโดไทยจะมีโอกาสได้ร้องเพลงชาติไทยในโอลิมปิก 2012 กันสักที”...เป็นคำกล่าวทิ้งท้ายจาก “โค้ชเช” ที่ได้ฉายาว่า “โค้ชจอมเนี้ยบ-จอมเฮี้ยบ”.

เนี้ยบ-เฮี้ยบ...แต่ก็มีตลก


 “น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง” พูดถึงโค้ชเชว่า รู้สึกประทับใจทั้งในและนอกสนาม แม้จะเป็นโค้ชที่ดุมาก โค้ชจะไม่ค่อยแสดงออกเวลาเราได้เหรียญ ก็แค่ยิ้มให้หรือกอดเบา ๆ “แต่แค่นี้เราก็รู้ว่าโค้ชก็ดีใจ”

ด้าน “ชัชวาล ขาวลออ” บอกว่า “อยากให้โค้ชเชทำทีมไทยต่อแน่นอน” ไปถามนักกีฬารุ่นก่อน ๆ หรือรุ่นปัจจุบัน ก็เชื่อว่าจะพูดเหมือนกัน ขณะที่ “ชลนภัส เปรมแหวว” อีกหนึ่งนักเทควันโดทีมชาติไทย กล่าวว่า โค้ชเชทำทุกอย่างเพื่อนักกีฬาไทย เคยโดนโค้ชทำโทษเพราะคุยโทรศัพท์ก่อนเข้านอน ซึ่งตอนนั้นไม่เข้าใจ แต่ตอนหลังโค้ชมาอธิบายว่าที่ต้องทำโทษเพราะอยากให้พักผ่อนมาก ๆ รุ่งขึ้นจะได้ซ้อมอย่างเต็มที่

“แต่บางครั้งโค้ชก็จะใจดีมาก ช่วงที่พักแข่งก็จะทำอะไรตลก ๆ ให้นักกีฬาได้คลายเครียดตลอด ส่วนในสนามก็จะเป็นคนที่เก่งมาก” ...เป็นอีกคำบอกเล่าเกี่ยวกับตัว    “โค้ชเช”