วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขงเบ้งเสยเข่าสยบแต้มหาญนทีมวย7สี


        ขงเบ้ง ก.ร่มศรีทอง เก๋าออกอาวุธจะแจ้ง โดยเฉพาะเข่า ที่ขวางหน้าแทงเนื้อๆ ใส่ทาง หาญนที ว.วิวัฒนานนท์ ที่เร่งแล้วเร่งอีกแต่ ขงเบ้ง ไม่ยุบโต้คืนเจ็บๆ สุดท้าย ขงเบ้ง เอาชนะไปสนุกขาดลอยท้ายๆ ดับฟอร์มสดของ หาญนที คู่เอก ศึกมวยไทย 7 สี เมื่อวันที่ที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา


     ศึกมวยไทย 7 สี เวทีมวยช่อง 7 สี นัดวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา คู่เอก ขงเบ้ง ก.ร่มศรีทอง เจอ หาญนที ว.วิวัฒนานนท์ พิกัด 129 ปอนด์ เรตเปิดเสมอ ขงเบ้ง เมื่อหมดยกแรก ขงเบ้ง ต่อตามเชิง 5-4 กระดูกการผ่านมวยดีกว่า
 
     ยกสอง หาญนที เร่งเครื่องกะบดให้รุ่นพี่ยุบ ขงเบ้ง เจอศอกสะดุ้ง แต่ก็ตามเอาคืนสับศอกแล้วกระทุ้งเข่า หมดยก ขงเบ้งต่อ10-9 ยกสาม ขงเบ้ง ขวางหน้าแทงได้ดี หาญนที เข่าเด้งแลกกันสนุกตีจนขงเบ้งหยุด แต่ก็มาเสียท่าถูกขงเบ้งแทงยัดสับศอก 2 ดอก ราคาขยับทันที ขงเบ้ง ฉลาดแทงเจ็บกว่า หมดยก ขงเบ้งต่อ 5-4 
 
     ยกสี่ ขงเบ้ง โต้ตลอดมาป้ายหน้าแทงแล้วสับศอกในปลายยก ดันเอา หาญนที ตกเวที ราคาไหล หมดยก ขงเบ้งต่อ 6-1 ยกสุดท้าย ขงเบ้ง โต้เนื้อๆ มีจับแล้วหักเททิ้งล้มทับอยู่บนดอกเดียว หาญนที ยุบยวบ ครบยก "ขงเบ้ง" ชนะขาดท้ายๆ
 
     ส่วนคู่อื่นๆ คู่รอง ดาเนี่ยน ควายทองยิม มวยฝรั่งเศสขึ้นมาเป็นรอง 7-4 แต่ชกนิ่งเป็นมวยด้วย ใหญ่ด้วยกระทุ้งเข่าพลิกเอาชนะ อภิศักดิ์ เค.ที.ยิม ขาดลอย, เดอะสตาร์ ไอเสือดาว ชนะคะแนน ปฏิวัติ เพชรวังล่าง, แสงเพชร เกียรติเพชรน้อย ชนะคะแนน คมเพชร ส.สุนันทชัย, เพชรตาขุน ศ.ณรงค์ฤทธิ์ ชนะน็อก หนุ่มเมืองยศ ชัยโรจน์เซอร์วิส ยก 4 และ จัดจ้าน จ้าวจักรภพ ชนะคะแนน หยกทอง พรใจจิตร
 
 
เครดิต  siamsport.com

ไฟต์หยุดโลกใกล้เป็นจริง ปาเกียวส่งคนเจรจาฟลอยด์คืบหน้า



ไมเคิล ค็อนซ์  ที่ปรึกษาชาวแคนาดาของแมนนี่ ปาเกียว สุดยอดมวยชาวฟิลิปปินส์ ยืนยันว่าได้เปิดการเจรจากับฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ มวยไร้พ่ายชาวอเมริกา หลังมีความพยายามจะจัดแมตช์หยุดโลกให้ทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสขึ้นเวทีฟาดปากกัน
ค็อนซ์กล่าวว่า “มีการหารือกันมานานแล้ว และมันเป็นไปด้วยดี ครั้งสุดท้ายที่หารือกันสถานการณ์มันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เราหวังเสมอว่าจะได้เห็นแมตช์สุดเอ็นเตอร์เทนกับเมย์เวเธอร์” โดยไฟต์ล่าสุดของเมย์เวเธอร์คือการขึ้นชกกับเชน มอสลีย์เมื่อพฤษภาคมปีก่อน
ด้านออสการ์ เดอ ลาโฮย่า ยอดมวยที่ผันตัวเองมาเป็นโปรโมเตอร์เชื่อว่าแมตช์นี้จะเกิดขึ้นได้ “ผมเชื่อว่าไฟต์นี้เกิดขึ้นได้ ผมเชื่อว่าฟลอยด์ เมย์เวเธอร์และแมนนี่ ปาเกียวรู้ว่ามันจะต้องเกิดขึ้น ทั้งสองคนเป็นนักชกที่ดีที่สุดในตอนนี้และผมรู้สึกว่าทั้งคู่ต้องการเป็นอย่างมากที่จะให้ไฟต์นี้เกิดขึ้น และเมื่อเวลามาถึงทุกคนจะสนุกสนานกับไฟต์หยุดโลกนี้”

เครดิต mthai

คลิทช์โก้หลังยังเดี้ยงเลื่อนชกชิโซร่าอีกรอบ


        แฟนๆ มวยระดับโลกคงเซ็งกันเป็นแถว เมื่อล่าสุด "ไอ้ค้อนเหล็ก" วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้ ยอดนักชกร่างยักษ์ ขอเลื่อนโปรแกรมดวลกำปั้น ดีเร็ค ชิโซร่า ปลายเดือนเมษายนนี้เรียบร้อยแล้ว เหตุยังเจ็บหลัง ด้านแพทย์ส่วนตัวก็ยังมึนๆ ไม่สามารถคาดเดาวันคัมแบ็กของนักมวยคนดังได้


     วลาดิเมียร์ คลิทช์โก้ ยอดนักมวยแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตของสหพันธ์มวยนานาชาติ (ไอบีเอฟ), องค์กรมวยนานาชาติ (ไอบีโอ) และองค์กรมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีโอ) ได้ตัดสินใจเลื่อนไฟต์ที่จะขึ้นชกกับ ดีเร็ค ชิโซร่า ผู้ท้าชิงชาวอังกฤษ ที่สังเวียน แซป อารีน่า ณ เมืองมานน์ไฮม์ ประเทศเยอรมนี ในวันเสาร์ที่ 30 เมษายนนี้ เรียบร้อยแล้ว เพราะยังคงไม่หายขาดจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อบริเวณหลัง ซึ่งได้รับมาในระหว่างฝึกซ้อม เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมปีก่อน



     ถือเป็นคำรบสองแล้วที่ คลิทช์โก้ ขอเลื่อนโปรแกรมขึ้นชกกับ ชิโซร่า วัย 26 ปี ออกไปอีก เพราะก่อนหน้านี้เคยยกเลิกโปรแกรมเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม ปีที่แล้ว และล่าสุดก็ต้องยกเลิกไฟต์ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้อีก เพราะสภาพร่างกายยังไม่กลับมาเต็มร้อยอย่างที่คาดหวังกันเอาไว้


     ยอดนักชกชาวยูเครนวัย 34 ปี เจ้าของฉายา "ไอ้ค้อนเหล็ก" ให้สัมภาษณ์ว่า "ผมเสียใจมากๆ กับการยกเลิกไฟต์ครั้งนี้ โดยเฉพาะกับแฟนๆ ที่ซื้อตั๋วเข้าชมการชกของผมที่ แซป อารีน่า จนหมดเกลี้ยงเลย แต่ผมก็มั่นใจว่า ในเร็วๆ นี้ผมจะได้กลับมาชกอีกไฟต์ที่ มานน์ไฮม์ อย่างแน่นอน"


     ขณะที่ ฮันส์-วิลเฮล์ม มุลเลอร์-โวห์ลฟาห์ท แพทย์ที่ดูแลอาการของ คลิทช์โก้ เผยว่า "ด้วยปัญหาหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันทำให้ยากเหลือเกินที่จะคาดเดาได้ว่า เขาจะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งเมื่อไหร่ แต่ไฟต์ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ มันเสี่ยงเกินไปสำหรับเขา"


     ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่า คลิทช์โก้ จะหาวันฟาดกำปั้นกับ ชิโซร่า อีกครั้งหรือเปล่า หรือจะขึ้นชกอีกทีกับผู้ท้าชิงคนใหม่ไปเลย เมื่อสภาพร่างกายกลับมาฟิตเต็มสูบอีกครั้ง
 
เครดิต  siamsport.com

นพรัตน์เสียบอันทวนยุบชนะหรูคู่เอกมวยวิก3


        "ขุนเข่าปักอก" นพรัตน์ เกียรติกำธร ต้นๆ ไล่ไม่จนแต่ปลายๆ เกาะอยู่กระทุ้งเข่าถล่ม อันทวน เซ้งบ๊อกซิ่ง คู่ปรับเก่ายุบไปเอง ก่อนที่นพรัตน์จะชนะคะแนนขาดลอยย้ำแค้นสวยหรู ในการชกเป็นคู่เอกศึกจ้าวมวยไทยที่เวทีอ้อมน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา คู่รอง โล่เงิน พ.เมืองทุ่งสง ไม่มีสภาพโดนเตะโดนแทงยุบ แพ้คะแนน อิกคิวซัง ก.รุ่งธนะเกียรติ ขาดลอย


     การแข่งขันชกมวยไทย ศึกจ้าวมวยไทยที่เวทีอ้อมน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา คู่เอกของรายการ นพรัตน์ เกียรติกำธร ชกพิกัด 152 ปอนด์ต่อน้ำหนักให้ อันทวน เซ้งบ๊อกซิ่ง นักชกเมืองน้ำหอม คู่ปรับเก่า 4 ปอนด์เรตเปิดนพรัตน์ต่อ 2-1 เคยชนะคะแนนมาครั้งหนึ่ง กรรมการประไพ ประเทศ เป็นผู้ห้าม หมดยกแรก นพรัตน์ต่อ 5-3 ยกสอง นพรัตน์เดินเบียดในปล้ำเข่าแต่ไม่ถนัด อันทวนแย็บสกัดมีแข้งขวา ก่อนจะต่อยลำตัว นพรัตน์ทำท่าคิดหนักหาทางเบียดในยังไม่ได้ ปลายยกโดนเตะตัดล่างล้มกลิ้งหมดยกสอง นพรัตน์ต่อ 5-3



     ยกสามนพรัตน์เดินแทง เจอแข้งขวาเจอถีบ ก่อนที่อันทวนจะหักเหลี่ยมได้เฮ กลางยกเสียจังหวะโดนแทงหลายดอก ฟันยางหลุด นพรัตน์เริ่มเบียดในได้ อันทวนมีจังหวะดันแทงขวา พร้อมกับสู้เข่า ปลายยกโดนเข่าตัวงอโดนหมัดออกอาการ หมดยกสาม นพรัตน์ต่อ 6-1


     ยกสี่ นพรัตน์โดนแทงกระจับ เริ่มมีอารมณ์เดินเบียดปล้ำเข่า อันทวนแทงสู้แต่จับเชือกโดนกรรมการเตือน นพรัตน์ชกง่ายขึ้นเดินเบียดปล้ำเข่าขู่  อันทวนไม่มีทีเด็ดอะไร ช้าลงไปเยอะ ปลายยกกระจับหลุดต้องลงไปผูกใหม่ แต่เกมขาดไปแล้ว หมดยกสี่ไร้ราคา ยกสุดท้าย อันทวนแทงกระจับ โดนเตือน ก่อนจะแลกหมัดกัน อันทวนทรุดลงไปกองแต่ลุกเร็ว กรรมการไม่นับ แต่ก็หมดลุ้น นพรัตน์คุมเกมได้หมด ก่อนจะชนะคะแนนย้ำแค้น ขาดลอย 49-47

 
     ส่วนผลการชกคู่อื่นๆ มีดังนี้ โล่เงิน พ.เมืองทุ่งสง ร่างกายเป็นรองโดนบดโดนแทงหนักๆ ยุบ พ่ายแต้ม อิกคิวซัง ก.รุ่งธนะเกียรติ คู่ปรับเก่าขาดลอย, ซุปเปอร์เล็ก ส.ธรรมรังสี ชนะคะแนน วิทยาเล็ก ศ.วีระพล, ลีโอ เซ้งบ๊อกซิ่ง ชนะคะแนน สิงห์แดง เกียรติวิชิต, แมงชร เพชรสี่หมื่น ชนะคะแนน พลังโชค ส.แก่นใจ, ก้องไกร แก้วสัมฤทธิ์ แพ้คะแนน สมิงเดช เดชไฟฟ้า
 
เครดิต siamsport.com

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

Fight Club Nong-O Sit Or



Nong-O Sit Or is a Thai Muay Thai kickboxer. He is considered one of the best pound for pound Muay Thai fighters in the world

Early career
Nong-O Sit Orwas born as Arphichet Kotenan in Sakon Nakhon Province in Northeastern  region of Thailand. He had his first fight at the age of 14.

 2008

On August 3, 2008, Nong-O fought against Kōji Okuyama at Keio Plaza hotel in Hachiōji, Tokyo, and he won by KO with left elbow strike during 3rd round. December 9, 2008, he fought against Wutidet Lukprabath at Lumpinee Stadium in the memorial event of Lumpinee Stadium establishment. He won by decision after 5th round.

 2009

On January 18, 2009, Nong-O fought against Tomoaki Suehiro at Yoyogi National Gymnasium for the Muay Thai event "Muay Lok", and he won by TKO because the referee stopped the contest after he knocked down Suehiro twice with eight hook and left hook during 1st round. After the contest, he was given a a bunch of flowers by Shinya Aoki. Nong-O was going to fight against Shunta Itō in the beginning, but he was replaced because his legs had not been healed enough.
On November 8, 2009, he fought against Trijak Sitjomtrai in Japan. Trijak was the current champion at featherweight sanctioned by Professional Boxing Association of Thailand, but Nong-O won by majority decision(2-0) after 5th round.
On December 8, Nong-O fought agaisnt Petboonchu F. A. Group for his title of Lumpinee Stadium at Super featherweight(130 lbs). Nong-O won by decision and became the new champion.

 2010

On January 17, 2010, Nong-O participated the tournament of "Yod Muay Champions Cup 60kg" in Japan. He fought against Sindam Kietmukao at the first match. After 5th round, the bout was resulted draw as 1-0. Nong-O lost by the split decision after extra round (6th round). On December 9, He challenged Saenchai's titles of Lumpinee Stadium and WMC, but he lost by decision.

 2011

On January 19, 2011, Nong-O Sit Or was named 2010 boxer of the year at the Society of Friends of Sportswriters Awards Night in Bangkok.

 Titles and accomplishments

  • Muaythai
    • 2009 Lumpinee Stadium Super Featherweight (130 lbs / 59 kg) champion
    • 2006 Lumpinee Stadium Junior Featherweight (122 lbs / 46 kg) champion
    • 2 times Thailand Junior Featherweight (122 lbs / 46 kg) champion
  • Awards
    • 2010 Muaythai boxer of the year (Society of Friends of Sportswriters)
    • 2005 Muaythai boxer of the year

ชลธารต้อนแต้มปินส์ป้องแชมป์สบาย

 
 

        "หมัดสายน้ำมรณะ" ชลธาร อ.พิริยะภิญโญ ต้อนแต้ม ยามากาตะ อากูโล่ นักชกชาวฟิลิปปินส์ ขาดลอยที่อุตรดิตถ์ เมื่อ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะก้าวไปตัดเชือกในเดือนมิถุนายนนี้เพื่อชิงแชมป์โลก WBC


     ศึกเอ็ม 150 วันทรงชัย พิชิตโลก มีขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่เวทีมวยชั่วคราว สวนสาธารณะหนองพระแล เทศบาลตำบลทุ่งยั้ง-ไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
 
     คู่นำรายการเป็นการป้องกันตำแหน่งแชมเปี้ยน WBC Asia รุ่นเฟเธอร์เวต 126 ปอนด์ ระหว่าง "หมัดสายน้ำมรณะ" ชลธาร อ.พิริยะภิญโญ กับ ยามากาตะ อากูโล่ ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์
 
     เกมการชกนั้นทางชลธารต่อยแบบรัดกุม ไม่ประมาทมีจังหวะต่อย จริงๆ ถึงจะต่อยไม่มั่วทางอากูโล่ก็คอยโต้เป็นระยะๆ ชลธารจะมาเร่งในช่วง 10 วินาทีสุดท้ายรัวหมัดใส่ไม่ยั้งจนนักชกตากาล็อกออกอาการหลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจที่จะเก็บได้ครบ 12 ยก ชลธาร ชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ ป้องกันแชมป์ไว้ได้แบบสบายๆ
 
     ทางด้านโปรโมเตอร์ ปริยากร รัตนสุบรรณ เผยว่า ชลธาร ต่อยได้ดีมากรัดกุมไม่ประมาท จะได้ชกตัดเชือกกับ จัสติน ซาวี่ นักชกชาวเบนิน ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อหาผู้ชนะไปชิงแชมป์โลกกับ โฮสึมิ ฮาเซกาว่า แชมป์โลกรุ่นเฟเธอร์เวต wbc ชาวญี่ปุ่นแน่นอน
 
     ส่วนผลมวยคู่ประกอบรายการมีดังนี้ ไท ต.ศิลาชัย แชมเปี้ยน WBO Oriental รุ่นไลต์เวต อุ่นหมัดชนะน็อก โอโรโน่ เมืองสีมา ยก 6, ขวัญพิชิต 13 เหรียญเอ็กซ์เพรส ชั่งได้ 118 ปอนด์ เท่ากันกับ พยัคฆ์หนุ่ม ศิษย์นิวัฒน์ ยก 1

"กังฟูเส้าหลิน" เคล็ดวิชาพันปี ShoalinTemple






วัดเส้าหลิน สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1038 ในสมัยของไท่เหอเจ้าผู้ครองรัฐวุ่ยเหนือ ในปี พ.ศ. 929 - พ.ศ. 1077 เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขาเส้าซื่อ ทางด้านทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่เกือบทั้งหมดด้วยป่าหรือ "หลิน" ในภาษาจีนกลาง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ วัดเส้าหลิน

ในยุคสมัยบุกเบิกยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ภายหลังจากสร้างขึ้นมาได้ประมาณ 32 ปี ในปี พ.ศ. 1070 พระโพธิธรรมเถระหรือตั๊กม้อ พระภิกษุจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซนที่วัดเส้าหลินเป็นครั้งแรก อีกทั้งแลเห็นว่าวัดเส้าหลินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความสงบร่มรื่น เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมตามนัยของพุทธศาสนานิกายเซน

ปรมาจารย์ตั๊กม้อจึงเข้าพำนักและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์แรก ทำให้ชื่อเสียงของวัดเส้าหลิน อยู่ในฐานะเป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนในประเทศจีน กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ตั๊กม้อสร้างความเลื่อมใสศรัทธาแก่ชาวจีนเป็นอันมาก โดยเฉพาะการพัฒนาวิทยายุทธเส้าหลินให้ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม ถ่ายทอดธรรมะและวิชากังฟูให้แก่หลวงจีนได้ฝึกฝนเพื่อออกกำลังกายและฝึกสมาธิ

 เนื่องจากเห็นว่าหลวงจีนส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถนั่งสมาธิวิปัสสนาและเจริญกรรมฐานอย่างเคร่งครัด จึงหัดให้หลวงจีนเริ่มฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งควบคู่กับการปฏิบัติธรรม

การฝึกสอนวิทยายุทธและกังฟูของตั๊กม้อ ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นที่มาของวิทยายุทธเส้าหลินที่สง่างามและทรงพลังเช่น หมัดเส้าหลิน  หรือเพลงหมัดเส้าหลิน รวมทั้งหมด 18 กระบวนท่า อีกทั้งเป็นการปฏิรูปวิทยายุทธครั้งสำคัญเช่น การขยายท่าฝ่ามืออรหันต์จาก 18 ท่า เป็น 72 ท่า โดยเล็งเห็นว่าวิชากังฟูเส้าหลิน ควรได้รับการถ่ายทอดให้ขยายออกไป เช่นเดียวกับนิกายเซนที่ตั๊กม้อได้เดินทางมาเผยแผ่

เจตนารมณ์ของตั๊กม้อประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ศิษย์ของตั๊กม้อเมื่อลาสิกขาออกไปจากวัดเส้าหลินแล้ว ส่วนใหญ่กลายเป็นวีรบุรุษของชาวจีนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีเช่น งักฮุย แม้ในประเทศจีนจะมีวัดนิกายต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก

แต่เนื่องจากความเก่าแก่ประกอบกับชื่อเสียงอันโด่งดัง เลื่องลือกล่าวขานในด้านวิชากังฟูของเส้าหลิน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลวงจีนหลาย ๆ องค์ นิยมเดินทางมาบวชเรียนเพื่อศึกษาธรรมะ กระบวนท่าวิทยายุทธและกังฟู ทำให้ชาวจีนจำนวนมากเริ่มเดินทางมาวัดเส้าหลินเพื่อฝึกฝนวิชากังฟูของตั๊กม้อ จนได้รับความนิยมอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว และกลายเป็นมหาอำนาจกำลังภายในของจีนมากว่าพันปี รวมทั้งยังเกิดสาขาของวัดเส้าหลินอีกนับสิบแห่งทั่วทุกมุมของโลก

ตามตำนานจีนโบราณ ศิลปะการต่อสู้และกังฟูเส้าหลิน มีต้นกำเนิดจากการที่หลวงจีนใช้วิชากังฟู ฝึกฝนร่างกายและออกกำลังกาย เพื่อเป็นการขจัดความเมื่อยล้าจากการนั่งสมาธิวิปัสนากรรมฐานเป็นเวลานาน

ต่อมาได้มีการพัฒนาจนกลายเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัดเส้าหลิน ชาวจีนเชื่อกันว่าผู้ที่คิดค้นสุดยอดวิชากังฟูคือตั๊กม้อ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ตามบันทึกบน "ถังไท่จงชื่อเส้าหลินซื่อจู่เจี้ยวเปย" แท่นหินสลักคำสอนหลักของวัดเส้าหลินระบุว่า หลวงจีน 13 องค์ ได้เข้าช่วยเหลือจักรพรรดิถังไท่จงหรือหลี่ซื่อหมินแห่งราชวงศ์ถัง ในระหว่างปี พ.ศ. 1161 - พ.ศ. 1450 ฝ่าวงล้อมในระหว่างการสู้รบกับทหารของราชวงศ์สุยตอนปลายจนได้รับชัยชนะ
ต่อมาถังไท่จงได้ทรงแต่งตั้งให้เฟิงถันจง หนึ่งในหลวงจีนที่ร่วมในการสู้รบให้ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพ พร้อมกับพระราชทานแท่นปักธงคู่และสิงโตหิน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอารามหน้าวัดเส้าหลินจนกระทั่งถึงปัจจุบัน รวมทั้งได้ทรงอนุญาตให้หลวงจีนเข้าร่วมฝึกซ้อมแบบทหารร่วมกับกองกำลังทหารในราชสำนัก รวมทั้งให้หลวงจีนสามารถฆ่าสัตว์ตัดชีวิต และสามารถฉันเนื้อสัตว์ได้ จากการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ จากทางราชสำนัก ทำให้วัดเส้าหลินได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศในสมัยซ่งหรือซ้อง

ในปี พ.ศ. 1503 - พ.ศ. 1822 วิชากังฟูเส้าหลินได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงขีดสุด จนถึงสมัยราชวงศ์ชิง ในปี พ.ศ. 2159 - พ.ศ. 2454 และในปี พ.ศ. 2270 หลังการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิหย่งเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิงได้ประมาณ 5 ปี จากเหตุผลทางด้านการเมือง ราชสำนักได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการลดบทบาทของวัดเส้าหลินลง แม้ว่าหลวงจีนจะถูกห้ามไม่ให้ฝึกกังฟู แต่ยังคงมีการลักลอบแอบฝึกกังฟูกันอย่างลับ ๆ ทั้งในบริเวณวัดและตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้วิชากังฟูเส้าหลินไม่สูญหายไปตามกาลเวลา และได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน

วัดเส้าหลินดั้งเดิมนั้นถูกจักรพรรดิหยงเจิ้ง ส่งกองทัพมากวาดล้างและเผาทำลาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามกังฟูที่มีรากฐานมาจากวัดเส้าหลินแห่งแรกในเทือกเขาซงซาน มณฑลเหอหนาน ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศจีนและทั่วทุกแห่งในโลก ในส่วนที่ถูกเผาทำลาย ปัจจุบันมีการทำนุบำรุงบูรณะหลายต่อหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 1,500 ปี วัดเส้าหลินการถูกเผาครั้งยิ่งใหญ่จำนวน 3 ครั้งด้วยกัน และตั้งแต่ใน ปี พ.ศ. 2000 มีการปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่ รื้อบริเวณรอบ ๆ ที่ถูกไฟเผาไหม้ ปลูกต้นไม้ มีการสร้างอารามต่าง ๆ ขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างสวยงามในปี พ.ศ. 2400

ปัจจุบันในประเทศจีนมีวัดเส้าหลินทั้งหมดสามแห่ง แห่งแรกตั้งอยู่บนเทือกเขาซงซาน มณฑลเหอนาน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดพุทธศาสนานิกายเซนและกังฟูเส้าหลิน แห่งที่สองตั้งอยู่ที่เทือกเขาผานซาน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หงวน และแห่งที่สามตั้งอยู่ที่เทือกเขาจิ่วเหลียนซาน มณฑลฮกเกี้ยน เรียก "สำนักเสี้ยวลิ้มใต้"คู่กับ "สำนักเสี้ยวลิ้มเหนือ" ที่เทือกเขาซงซาน สำนักใหญ่ของวัดเส้าหลboแบ่งออกเป็น 2 สายหลัก ๆ คือสายพระบู๊ซึ่งเป็นสายของการการสืบทอดศิลปะการต่อสู้และกังฟูเส้าหลินของตั๊กม้อ และสายพระวินัยซึ่งเป็นสายที่เน้นการปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพุทธศาสนาเป็นสำคัญ









วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

แม่ไม้มวยไทย 30ท่า

แม่ไม้ 30ท่า!!!




สลับฟันปลา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกัน และหลบหลีกอาวุธของคู่ต่อสู้ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดซ้ายทิ่มเข้าหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำเบี่ยงตัวมาทางขวาด้วยการก้าวเท้าซ้ายถอยหลัง หรือสืบเท้าขวาไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวาผลักแขนของฝ่ายดำออกไปทางซ้าย ถ้าฝ่ายขาวใช้หมัดขวาการป้องกันและตอบโต้ก็ท่าทำนองเดียวกัน แต่เป็นลักษณะตรงกันข้าม คือ เบี่ยงตัวมาทางซ้าย แล้วใช้ฝ่ามือซ้ายตบผลักแขนของฝ่ายดำออกไปทางขวา การยักย้ายถ่ายเทดังกล่าวของทั้งสองท่า มีอาการเคลื่อนไหวของร่างกายและแขนในลักษณะสลับฟันปลา เป็นการป้องกัน ก่อนที่จะหาโอกาสตอบโต้ในจังหวะที่เหมาะสมต่อไป




ปักษาแหวกรัง

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เข้าปล้ำและกอดรัด ในภาพ ฝ่ายขาวเคลื่อนตัวเข้าหาฝ่ายดำและใช้แขนทั้งสองจะเข้ากอดรัด ฝ่ายดำยกแขนทั้งสองสอดเข้ากลาง ระหว่างแขนของฝ่ายขาว ใช้แขนท่อนล่างทั้งสองแขนกันไว้ ไม่ให้ฝ่ายดำโอบแขนเข้ามาได้ เป็นการป้องกัน พร้อมกันนั้นก็ใช้เข่า จะเป็นเข่าใดก็ได้ตามจังหวะการเคลื่อนไหวขณะนั้น ยัดหรือแทงเข่าเข้าไปที่ลำตัวของคู่ต่อสู้ เป็นการตอบโต้




ชวาซัดหอก

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้และตอบโต้ด้วยศอก ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำก้มตัวหลบทางขวา พร้อมกันนั้นก็ใช้ฝ่ามือขวากันแขนขวาของฝ่ายขาวออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า พร้อมกับใช้ศอกซ้าย เหวี่ยงหรือกระทุ้งเข้าที่กลางลำตัวของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




อิเหนาแทงกริช

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยเข่า ในภาพฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้ฝ่ามือขวากันแขนของฝ่ายขาวออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้เข่าซ้าย แทงเข้าที่กลางลำตัวของฝ่ายขาวเป็นการตอบโต้




ยกเขาพระสุเมรุ

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง และตอบโต้ด้วยการจับทุ่ม ในภาพ ฝ่ายขาวใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งสูงเข้าบริเวณลำคอด้านซ้ายของฝ่ายดำ ฝ่ายดำหลบลำตัวต่ำ พร้อมทั้งสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้า แล้วใช้ฝ่ามือขวากันขาขวาฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือซ้ายโอบขาขวาฝ่ายขาวไว้ยกขึ้นใส่บ่า แล้วยกขาขวาฝ่ายขาวขึ้นสูงพร้อมกับดันไปข้างหน้า ทำให้ฝ่ายขาวเสียหลักล้มลงได้ เป็นการตอบโต้




ตาเถรค้ำฟัก

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยการกระทุ้งหมัดขึ้น ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดซ้ายทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้ฝ่ามือขวากันแขนขวาฝ่ายขาวไปทางซ้าย เป็นการป้องกันตัว ในขณะเดียวกันก็ใช้หมัดซ้ายกระแทกเสยเข้าบริเวณปลายคางของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




มอญยันหลัก

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันคู่ต่อสู้จู่โจม ด้วยการยกเท้ายันไว้ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้แขนซ้ายท่อนล่างยกขึ้นกันหมัดฝ่ายขาวให้เบนออกไปทางขวา เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าซ้ายถีบยันไปยังส่วนกลางของลำตัวฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้





ปักลูกทอย

เป็นไม้มวยใช้ป้องกัน การเหวี่ยงแข้งของคู่ต่อสู้ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้แข้งซ้ายเหวี่ยงเข้าที่ลำตัวด้านซ้ายของฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้ศอกทั้งคู่ปักลงบนขาซ้ายของฝ่ายขาว เป็นการป้องกัน และตอบโต้พร้อมกันไปในตัว




จรเข้ฟาดหาง

เป็นไม้มวยใช้ตอบโต้ปรปักษ์ด้วยการเหวี่ยงแข้ง ในภาพ ฝ่ายดำหมุนตัวกลับหลังไปทางขวาด้วยขาซ้าย โน้มตัวลงต่ำ แล้วใช้ขาขวาเหวี่ยงสูงเข้าใส่บริเวณก้านคอของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้ฝ่ายขาว ก่อนที่จะกระทำต่อฝ่ายดำ




หักงวงไอยรา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันการเหวี่ยงแข้งของคู่ต่อสู้ด้วยการจับขากด ในภาพ ฝ่ายขาวเหวี่ยงแข้งด้วยขาขวา ฝ่ายดำใช้แขนซ้ายกัน แล้วจับขาขวาฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้ท่อนแขนขวาส่วนล่าง กดลงไปบริเวณเข่าของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้









บิดหางนาคา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันการถีบของคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยการจับเท้าบิด ในภาพ ฝ่ายขาวใช้เท้าซ้ายถีบไปบริเวณกลางลำตัวของฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้มือทั้งสองจับเท้าของฝ่ายขาวไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้มือทั้งสองบิดเท้าของฝ่ายขาวไปทางซ้าย เป็นการตอบโต้




วิรุฬหกกลับ

เป็นไม้มวยใช้ตอบโต้เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง
ในภาพ ฝ่ายขาวกำลังเริ่มใช้เท้าซ้ายเหวี่ยงแข้งเข้าลำตัวฝ่ายดำ ฝ่ายดำหมุนตัวกลับหลังไปทางขวาเข้าประชิดตัวฝ่ายขาว เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้ศอกขวาเหวี่ยงกลับเข้าใส่หน้าฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




ดับชวาลา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดพร้อมตอบโต้
ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มไปตรงหน้าของฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้แขนซ้ายท่อนล่างขึ้นกัน และผลักหมัดของฝ่ายขาวออกไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้หมัดขวาทิ่มตรงไปยังใบหน้าของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




ขุนยักษ์จับลิง

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดของคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยการกอดคอ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดซ้ายทิ่มเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้แขนขวาท่อนล่างกันไว้ เป็นการป้องกัน แล้วเข้าประชิดตัวเอาแขนซ้ายกอดคอคู่ต่อสู้ไว้ ข้างตัวด้านซ้าย เป็นการตอบโต้




หักคอเอราวัณ

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้เมื่อคู่ต่อสู้เข้าจับคอกอดปล้ำ ในภาพ ฝ่ายขาวจะเข้ากอดคอด้วยแขนขวา ฝ่ายดำ ใช้ฝ่ามือขวาเสยที่ปลายคางฝ่ายดำ ในขณะเดียวกันก็ใช้มือซ้ายประกบด้านหลังคอ ใช้ทั้งสองมือช่วยกันผลักคอคู่ต่อสู้ให้หงายไปด้านหลัง เป็นการป้องกัน และตอบโต้พร้อมกัน




มณโฑนั่งแท่น

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ด้วยการนั่งและสับศอก ในภาพ ฝ่ายขาวยกเท้าขวาใช้แข้งเหวี่ยงไปที่ลำตัวฝ่ายดำ ฝ่ายดำกระโดดขึ้นนั่งบนหน้าขาขวาของฝ่ายขาว เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้ศอกซ้ายสับเข้าที่บริเวณศีรษะของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




หนุมานถวายแหวน

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวากระแทกเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำให้แขนซ้ายท่อนลงปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าขวาเข้าประชิดตัวฝ่ายขาว แล้วใช้หมัดขวาเสยเข้าที่ปลายคางฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




มุดบาดาล

เป็นไม้มวยป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้ก้าวทิ่มหมัดหลัง ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวาทิ่มเข้าใส่ฝ่ายดำทางด้านหลัง ฝ่ายดำโน้มตัวลงต่ำไปทางด้านหลัง เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าที่ลำตัวของฝ่ายขาวเป็นการตอบโต้




ไต่เขาพระสุเมรุ

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ในภาพ ฝ่ายขาวยกขาขวาเพื่อใช้แข้งเหวี่ยงเข้าลำตัวฝ่ายดำ ฝ่ายดำกระโดดขึ้นเหยียบบนขาขวาท่อนบนฝ่ายขาวด้วยเท้าขวา และบนไหล่ซ้ายฝ่ายขาวด้วยเท้าซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกัน ก็ใช้ศอกขวาปักลงไปบนศีรษะของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




เอราวัณเสยงา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวกระแทกหมัดขวาเข้าตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำยกแขนซ้ายท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าเข้าหาฝ่ายขาว แล้วใช้ศอกขวางัดเข้าที่ปลายคางของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้







เถรกวาดลาน

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ในภาพ ฝ่ายขาวใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าใส่ที่ลำตัวฝ่ายดำ ฝ่ายดำหันตัวไปทางขวาพร้อมเอนตัวลง เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้ขาซ้ายเหวี่ยงแข้งเข้าที่ขาพับซ้ายของฝ่ายดำ เป็นการตอบโต้




ฝานลูกบวบ

เป็นไม้มวยใช้ป้องกัน และตอบโต้เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวกระแทกหมัดขวาเข้าที่ตรงหน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำยกแขนซ้ายท่อนล่างขึ้นปิด เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้แขนขวาท่อนล่าง สับลงไปที่ก้านคอของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




สับหัวมัจฉา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวเหวี่ยงหมัดขวาเข้าที่ลำตัวของฝ่ายดำ ฝ่ายดำให้แขนข้างซ้ายท่อนล่างกันเอาไว้ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้แขนขวาท่อนล่าง สับเข้าบนศีรษะของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




พระเจ้าตานั่งแท่น

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันเมื่อคู่ต่อสู้เตะต่ำระดับขา ในภาพ ฝ่ายขาวใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าใส่ขาซ้ายของฝ่ายดำ ฝ่ายดำหันตัวมาทางขวา แล้วใช้ก้นนั่งลงไปบนเท้าขวาของฝ่ายขาวในลักษณะนั่งยอง เป็นการป้องกัน เพื่อหาโอกาสตอบโต้ในจังหวะต่อไป




สุครีพถอนต้นรัง

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้เหวี่ยงแข้ง ในภาพ ฝ่ายขาวใช้ขาขวาเหวี่ยงแข้งเข้าใส่ลำตัวของฝ่ายดำ ฝ่ายดำยกแขนซ้ายขึ้นรับ เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้แขนขวาท่อนล่างกดลงไปบนขาขวาฝ่ายดำบริเวณเข่า พร้อมกันนั้นก็ใช้กำลังแขนทั้งสอง ยกขาขวาของฝ่ายขาวขึ้นสูง ทำให้ฝ่ายขาวเสียหลัก เป็นการตอบโต้




กวางเหลียวหลัง

เป็นไม้มวย ใช้ป้องกัน และตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดกระแทกเข้าใส่ใบหน้าของฝ่ายดำ ฝ่ายดำหันตัวไปทางขวาพร้อมกับเอนตัวหลบไปด้านหลัง เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าซ้าย ยันเข้าที่กลางลำตัวของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




บาทาลูบพักตร์

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ เมื่อคู่ต่อสู้กระแทกหมัด ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวากระแทกเข้าใส่ใบหน้าของฝ่ายดำ ฝ่ายดำใช้แขนขวาท่อนล่างขึ้นปัดแขนขวาท่อนล่างของฝ่ายขาวไปทางซ้าย เป็นการป้องกัน ในขณะเดียวกันก็ใช้เท้าขวา ยันไปที่ใบหน้าของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้




ขะแมค้ำเสา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันและตอบโต้ด้วยการใช้สันมือยันคางคู่ต่อสู้ ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวากระแทกใส่หน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำก้มตัวหลบมาทางขวา เป็นการป้องกันตัว ในขณะเดียวกันก็ใช้สันมือซ้าย ยันคางคู่ต่อสู้ ให้หน้าหงายออกไป เป็นการตอบโต้




ทัดมาลา

เป็นไม้มวยใช้ป้องกัน และตอบโต้คู่ต่อสู้ด้วยการทิ่มศอก ในภาพ ฝ่ายขาวใช้หมัดขวากระแทกเข้าใส่หน้าฝ่ายดำ ฝ่ายดำหันตัวหลบมาทางขวา เป็นการป้องกันตัว ในขณะเดียวกันก็สืบเท้าเข้าประชิดฝ่ายขาว พร้อมกับใช้ศอกซ้ายทิ่มเข้าที่ซอกคอของฝ่ายขาว เป็นการตอบโต้





พม่ารำขวาน

เป็นไม้มวยใช้ป้องกันหมัดคู่ต่อสู้ และตอบโต้ด้วยการกระโดดสับด้วยแขนท่อนล่าง

10 trick floyd mayweather jr




สุริยันสางแค้นน็อกปินส์ยก5เตรียมชิงแชมป์โลก

 
 

        สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย สางแค้นชนะน็อก ฮาเวีย มาลูลัน นักชกฟิลิปปินส์ ยก 5 เตรียมชิงแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตสภามวยโลกกับ โธมัส โรฮาส เจ้าของตำแหน่งชาวจังโก้ ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ขณะที่ ยอดชาญชัย นครหลวงโปรโมชั่น ซิวแชมป์รุ่นที่ 2 หลังถล่ม เอ็ดวิน ทุมบาก้า นักชกตากาล็อกยอมยก 2 คว้าแชมป์สภามวยเอเชียรุ่นแบนตั้มเวตมาครอง ได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา


     ศึกเอ็ม-150 หอการค้าสมุทรปราการต้านภัยยาเสพติด ที่เวทีมวยชั่วคราวตลาดนัดประชาสามัคคี ซ.สุขสวัสดิ์ 78 อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา
 
     มวยคู่แรกในรายการ สุริยัน ศ.รุ่งวิสัย ขึ้นชกอุ่นเครื่องกับ ฮาเวีย มาลูลัน คู่ปรับเก่าชาวฟิลิปปินส์ ที่สุริยันเคยแพ้มาเมื่อหลายปีก่อน แต่วันนี้ไม่เหมือนวันนั้น สุริยัน เป็นฝ่านไล่ถลุงอย่างเหนือชั้น ก่อนจะมาเช็กบิลได้จากหมัดขวาตัดลำตัวในยก 5 สางแค้นได้อย่างสะใจ
 
     จากนั้นเป็นคู่ชิงแชมป์ในรายการ ยอดชาญชัย นครหลวงโปรโมชั่น ชิงแชมป์สภามวยเอเชียรุ่นแบนตั้มเวต ที่ว่าง กับ เอ็ดวิน ทุมบาก้า นักชกฟิลิปปินส์ โดยการชกยอดชาญชัยที่เลื่อนรุ่นจากจากพิกัด 115 ปอนด์ เดินเกมทันทีและเพียงยกสอง ก็ได้จังหวะอัดลำตัวส่งร่างนักชกตากาล็อกหล่นลงไปกองนับ 8 แม้ ทุมบาก้าจะลุกขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่มีสภาพยืนรับหมัดยอดชาญชัยอีกชุด โดยไม่มีการโต้ตอบ กรรมการผู้ห้ามบนเวทีจึงโบกมือยุติการชกไป
 
     หลังการชก "เสี่ยฮุย" สุชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์จัดการแข่งขันเผยว่า ฟอร์มของสุริยันในไฟต์นี้ถือว่ายอดเยี่ยม และพร้อมจัดชิงแชมป์โลกรุ่นซูเปอร์ฟลายเวตสภามวยโลกกับ โธมัส โรฮาส เจ้าของเข็มขัดชาวเม็กซิโก ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ที่จ.ศรีสะเกษ
 
     ส่วนผลการแข่งขันคู่ประกอบรายการ นภาพล ศ.รุ่งวิสัย ชนะน็อก ก้องธวัช พ.วิษณุเทพ ยก 2, ศรสะเกษ ศ.รุ่งวิสัย ชนะน็อก มนต์สวรรค์ ศ.ศิงห์เดช ยก 3, ชูการ์เรย์ นครหวงโปรโมชั่น ชนะน็อก ชาติชาย ศิษย์สามารถ ยก 4 และ นวพล ป.โชคชัย ชนะน็อก พรชัย ศ.ระติเดช ยก 3
 
 
เครดิต siamsport.com