วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

มวยมาราธอนจัดหนักบัวขาวรอดวลแชมป์ชิงเงินล้าน

        ศึกมวยรอบมาราธอน ปี 2554 จัดหนักวาง บัวขาว ป.ประมุข แชมป์ เค-1 สองสมัย และ ยอดแสนไกล แฟร์แท็กซ์ แชมป์คอนเทนเดอร์ เป็นตัวยืนรอพบ แชมป์และ รองแชมป์ มวยรอบมาราธอน จาก 4 สนาม ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านบาท สนามแรก 25 มี.ค.นี้ ที่ จ.สระบุรี ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด 14.00-17.00 น.


     นายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าฯ สระบุรี ร่วมกับ นายนิกร ประเสริฐสม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดแถลงข่าว "ศึกจ้าวมวยไทย วีโก้ แชมป์รถกระบะอันดับ 1 และคาราวานซีพีเอฟ" ภายใต้การสนับสนุนของ บ.โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ บ.เครือเจริญโภคภัณฑ์ เมื่อวันพุธที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาเวลา 14.00 น. ที่สโมสรกองทัพบก
 
     ในส่วนของมวยไทยมวยรอบมาราธอน ในปีนี้ ทุ่มทุนมโหฬาร เฉพาะเงินรางวัลถึง 4 ล้านกว่าบาท จัด 4 สนาม 4 ภูมิภาคทั่วไทย จากนั้นสนามที่ 5 สนามสุดท้ายปลายปี วางตัวยอดมวยไทย บัวขาว ป.ประมุข และ ยอดแสนไกล เป็นตัวยืน
 
     สำหรับสนามแรกนี้ ได้ฤกษ์ลงตัวที่ สวนริมเขา ใกล้แยกบายพาส จ.สระบุรี วันศุกร์ที่ 25 มี.ค. ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสด 14.00-17.00 น. เป็นมวยรอบมาราธอน รุ่นซูเปอร์เวลเตอร์เวท "แชมป์เก่า" เอกประชา มีนะโยธิน และ เพชรมั่นคง ไก่ย่างห้าดาวยิม พบ 6 ยอดมวยต่างชาติ ไมเคิ่ล คอร์ลี่ย์ จากสหรัฐอเมริกา, มิเกล เลอลาแมงต์ จากฝรั่งเศส, สก๊อต เรนตัน จาก ออสเตรเลีย, วาฮิท โรซานี่ จากอิหร่าน, สตีเฟ่น เมเคเล่ จากสกอตแลนด์ และ ยาสซีน ดาคลิม จากแอลจีเรีย
 
     ส่วนของมวยสากล เพชรยินดี โปรโมชั่น วางตัว ฉัตรชัย ซีพีเฟรชมาร์ท (ส.ธนายงค์) ป้องกันแชมป์เยาวชน สภามวยโลก รุ่นฟลายเวต กับ ทีไอ เซนทิรัส ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ และ พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม แชมป์โลกรุ่นฟลายเวต (ดับเบิลยูบีซี) อุ่นเครื่องกับ มาวิน เท็มโปส นักชกฟิลิปปินส์
 
     นายนิกร ประเสริฐสม ผช.กก.ผจก.ใหญ่ บ.โตโยต้า กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า สำหรับศึกมวยรอบมาราธอนนั้น นอกจากจะจัด 4 สนามทั่วภูมิภาค ในปีนี้เหมือนเช่นเคยและ สนามที่ 5 ราวเดือน ต.ค. ที่ จ.นครราชสีมา จะถือเป็นงานยักษ์เพื่อให้สมความยิ่งใหญ่

     จะวางตัว บัวขาว ป.ประมุข และ ยอดแสนไกล แฟร์เท็กซ์ สองยอดมวยไทย รอพบกับแชมป์ และรองแชมป์จาก 4 สนาม ชิงเงินรางวัล แชมป์ได้ 1 ล้านบาท และรถกระบะ วีโก้ มูลค่า 6.9 แสนบาท รวมมูลค่าเงินรางวัลจากมวยรอบมาราธอนทั้งสิ้นกว่า 4 ล้านบาท เลยทีเดียว
เครดิต siamsport.com

บทความเทควันโด:"ชัชวาล ขาวละออ" จอมเตะเบอร์ 1 ของโลก ความกลัวเปลี่ยนชีวิตให้ยิ่งใหญ่



 ''คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไร ไม่แพ้ชาติใดในโลก'' สโลแกนนี้ ถึงแม้จะเป็นของ น้ำเมา ยี่ห้อหนึ่ง แต่ความหมายเข้ากับนักกีฬาไทยที่คว้าความสำเร็จระดับโลกอย่างยิ่ง

     
โดยเฉพาะ "เจ้าแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ นักเทควันโดทีมชาติไทย ที่โด่งดังที่สุดในบรรดาจอมเตะ

ข่าวเทควันโด:ชัชวาลสุดเจ๋งคว้าทองแดงเทควันโดเยอรมัน



         "เจ้าแม็ก" ชัชวาล ขาวละออ จอมเตะไทย เจ้าของเหรียญทอง อชก.16 โชว์ฟอร์มสุดเจ๋ง คว้าเหรียญทองแดง ให้ทัพ เทควันโดไทย ในรายการ "เยอรมนี โอเพ่น 2011" มาครองได้สำเร็จ


     นายปรีชา ต่อตระกูล ประธานเตรียมนักเทควันโดทีมชาติไทย ของสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย รายงานการแข่งขันเทควันโด รายการใหญ่ของยุโรป "เยอรมนี โอเพ่น 2011" ที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ว่า
 
     เมื่อช่วงดึกของวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักกีฬาถึง 1,270 คน จาก 60 ประเทศ โดยมีนักกีฬาไทยลงชิงชัย 4 คน ซึ่งนักเทควันโดไทย สามารถคว้าเหรียญทองแดง เพิ่มมาได้อีก 1 เหรียญ จาก "แม็ก" ชัชวาล ขาวละออ เจ้าของเหรียญทอง เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 ในรุ่นฟินเวต น.น. 54 กก.
 
     โดยในรอบแรก เอาชนะ โรเบอร์โต เฟลดท์ จากสวิตเซอร์แลนด์ 10-0 คะแนน รอบสอง ชนะ แซงรีโกริโอ ซาวาตอเร่ จากอิตาลี 11-1 คะแนน, รอบ 16 คนสุดท้าย ชนะ โปเซฟ อเล็กซานเดอร์ จากรัสเซีย 14-1 คะแนน มารอบ 8 คนสุดท้าย เอาชนะ สิวาคูมาร์ จานาคาน จากนอร์เวย์ 8-1 แต่มารอบรองชนะเลิศ ไปแพ้ บากาห์รี่ เดห์เชสมาห์ จากอิหร่าน 5-3 คะแนน ทำให้ ชัชวาล ได้แค่เหรียญทองแดง ส่วนอิหร่าน คว้าเหรียญทองได้ด้วยการเอาชนะตุรกี 14-13 คะแนน
 
     ขณะที่ "จูน" วรวงษ์ พงษ์พานิช เหรียญทองยูธโอลิมปิกเกมส์ 2010 น.น.ไม่เกิน 53 กก. รอบแรก เอาชนะ ไมรานดา ลิเวีย จากบราซิล 3-1 คะแนน ผ่านเข้าสู่รอบสอง เอาชนะ ฟิชเชอร์ คาโรไลท์ จากสหราชอาณาจักร 13-8 คะแนน แต่มาแพ้ ทาร์แมน ซาด จากจอร์แดน ในยกซัดเดนเดธ
 
     ส่วน รุ่นน.น.ไม่เกิน 63 กก.ชาย นาชา ปั้นทอง ตกรอบแรก แพ้ สตีเฟ่น บาร์ชาล์น จากฝรั่งเศส ในยกซัดเดนเดธ และ "ไอร์" เป็นเอก การะเกตุ รุ่น น.น.ไม่เกิน 58 กก. รอบแรกชนะบาย ก่อนไปชนะ ออสเดมาร์ ฮารัน เจ้าภาพเยอรมัน 7-5 และรอบสาม เจอกับ เรน่า ทัควาตูลลิน จากรัสเซีย ซึ่งเกมนี้จอมเตะไทยสู้ได้อย่างสูสี จนใกล้หมดยกสาม สกอร์เสมอกัน 5-5 คะแนน เหลือเวลาอีก 32 วินาที เป็นเอกมีอาการบาดเจ็บ ทำให้โค้ชเชต้องขอยอมแพ้
 
     สรุปผลงานของนักเทควันโดไทย ในการแข่งขันเยอรมัน โอเพ่น สามารถทำได้ 2 เหรียญทองแดง จาก ชนาภา ซ้อนขำ กับ ชัชวาล ขาวละออ
 
เครดิต siamsport.com

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

Fight Club มนัส บุญจำนงค์

มนัส บุญจำนงค์ เป็นนักชกมวยสากลสมัครเล่นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก จากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่ประเทศกรีซ นับเป็นชาวไทยคนที่ 5 ที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก และเป็นนักมวยสากลสมัครเล่นคนที่ 3 ต่อจากสมรักษ์ คำสิงห์ และวิจารณ์ พลฤทธิ์

มนัสได้เหรียญทองจากกีฬาโอลิมปิก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน เอเชียนเกมส์ 1 เหรียญทอง และซีเกมส์ 2 เหรียญทอง และหนึ่งเหรียญทองแดงจากการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่นชิงแชมป์โลกที่จัดขึ้นที่กรุงเทพในปี 2546

มนัส บุญจำนงค์ มีชื่อเล่นว่า "เติ้ล" เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2523 ที่จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายมโนและนางมาลี บุญจำนงค์ มีน้องชายอีก 2 คนคือ มานนท์ (นน บุญจำนงค์) และ พันธนินทร์ ทั้งสามพี่น้องหัดชกมวยมาตั้งแต่สมัยเด็ก

มีภรรยาคือนางพจนีย์ บุญจำนงค์ (เกตุสวัสดิ์)และมีบุตรด้วยกัน 3 คน ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิกปี 2004 มนัสได้มีปัญหากับภรรยา และแยกทางกันเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 หลังจากแยกทางกับนางพจนีย์แล้ว ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 นางพจนีย์ก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งมนัส ยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า บุตรที่เกิดมาภายหลังนี้เป็นบุตรที่เกิดจากตนเช่นกัน จากการที่มักมีปัญหาเรื่องผู้หญิงและครอบครัวแบบนี้ซึ่งส่งผลกระทบถึงการชกมวย จึงทำให้สื่อมวลชนให้ฉายามนัสว่า "เพลย์บอยกลับใจ" ในวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการอนุมัติให้มนัสเข้าบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจเนื่องจากสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ โดยจะให้ได้รับยศตามวุฒิการศึกษา

มนัสลงแข่งขันในรุ่นไลท์เวลเตอร์เวท (64 กิโลกรัม) ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2004 ที่เมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ เส้นทางสู่เหรียญทองของมนัสคือ
รอบ 8 คนสุดท้าย: 22 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะวิลลี เบรน จากฝรั่งเศส 20-8 หมัด
รอบรองชนะเลิศ: 27 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะไอโอนัท จอร์จี นักชกโรมาเนีย
รอบชิงชนะเลิศ: 28 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ชนะยูได เซเดอโน่ จอห์นสัน จากคิวบา 17-11 หมัด [4]

มนัสเป็นคนไทยคนที่สามที่ได้เหรียญทองจากการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ โดยก่อนหน้า อุดมพร พลศักดิ์ และ ปวีณา ทองสุก นักยกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทยได้คว้าเหรียญทองไปแล้ว



หลังจากมนัสได้เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ ก็ประสบปัญหาครอบครัวและติดการพนัน ทำให้ไม่เข้าซ้อมชกมวยบ่อยครั้ง ก่อนจะกลับตัวได้และลงแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 โดยเอาชนะชิน เมียง ฮุน จากเกาหลีใต้ 22-11 หมัด ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งก่อนหน้านี้ทางสมาคมมวยสากลสมัครเล่นได้ส่งมนัสเดินทางไปเก็บตัวที่ประเทศคิวบาเพียงคนเดียวนานถึง 3 เดือน กับโค้ช ฮวน ฟอนตาเนียล ซึ่งก็ทำให้มนัสได้เป็นนักมวยสากลสมัครเล่นไทยเพียงคนเดียวที่ได้เหรียญทองในการแข่งขันครั้งนี้

มนัสกลับมาแข่งขันโอลิมปิกเป็นครั้งที่สอง ในรุ่นเดิม โดยเส้นทางการชกเป็นดังนี้
รอบ 16 คนสุดท้าย (14 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ มาซาซึกุ คาวาชิ
รอบ 8 คนสุดท้าย (17 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ เซริค ซาพิเยฟ
 รอบรองชนะเลิศ (22 สิงหาคม พ.ศ. 2551): ชนะ โรเนียล อิกเลเซียส
รอบชิงชนะเลิศ (23 สิงหาคม พ.ศ. 2551): แพ้ เฟลิกซ์ ดิแอซ
ได้เหรียญเงินมาครอง
มนัสเป็นนักกีฬาไทยคนแรก ที่สามารถคว้าเหรียญจากการแข่งขันโอลิมปิกสองสมัยติดต่อกัน


เช ยอง ซอก โค้ชยอดเยี่ยมสยามกีฬาอวอร์ด ปั้นนักกีฬาคือหน้าที่โค้ช สมาคมอื่น...ต้องจำ

 
 

        เช ยอง ซอก ชื่อนี้กลายเป็นบุคคลสำคัญในวงการกีฬาไทยไปแล้ว! รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม สยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 ถือเป็นการย้ำความเป็นโค้ชกีฬาไทยที่ดีที่สุดในเมืองไทยของยุคนี้


 
คนไทยทั้งประเทศให้การยอมรับโค้ชเชว่าเป็นสุดยอดผู้ฝึกสอนต่างชาติที่นำความภาคภูมิใจมาสู่แดนสยามเมืองยิ้ม ที่พาทัพจอมเตะคว้าความสำเร็จได้จากทุกเวทีระดับนานาชาติ


อะไรทำให้กีฬาเทควันโดประสบความสำเร็จมากที่สุด จนกลายเป็นกีฬาชั้นนำระดับแถวหน้าของเมืองไทย?

ส่วนหนึ่งในความยิ่งใหญ่ของเทควันโด คือ มร.เช ยอง ซอก ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการโดยไม่หยุดยั้ง ซึ่งสิ่งสำคัญที่กีฬาชนิดอื่นๆ แทบไม่เคยมี คือการให้สิทธิ์ทำทีมอย่างเต็มที่แก่ผู้ฝึกสอน สามารถลงดาบหรือเลือกตัวนักกีฬาได้อย่างใจที่โค้ชต้องการ ไม่ใช่มีแต่เด็กฝาก หรือเด็กข้าใครอย่าเตะ เหมือนที่หลายสมาคมกีฬาเกิดขึ้น


อำนาจเด็ดขาดที่โค้ชเชสามารถทำได้ตั้งแต่คัดเลือกตัวนักกีฬา ควบคุมการฝึกซ้อม ไปจนถึงการสอนในระหว่างแข่งขัน คือจุดสำคัญที่ทำให้นักกีฬาเชื่อมั่นในตัวโค้ช เชื่อฟังในทุกคำสอนที่เชถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้ แม้แต่การลงโทษ โค้ชจอมเฮี้ยบแดนโสมจัดว่าดุพอสมควร ทำให้นักกีฬาเชื่อฟังทุกคนทั้งในสนามแข่งขันและนอกสนามแข่งขัน เรียกว่าแค่เชชำเลืองสายตาไปมอง จอมเตะต่างผวากันเป็นแถว ซึ่งไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาที่เก่งกาจขนาดไหน มีชื่อเสียงโด่งดังแค่ไหน อยู่ในทีมชาติทุกอย่างต้องเท่ากัน ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์


แม้แต่ ''วิว'' เยาวภา บุรพลชัย ฮีโร่เหรียญทองแดงโอลิมปิกเกมส์ 2004 เหรียญแรกในประวัติศาสตร์ หรือจะเป็น ''น้องสอง'' บุตรี เผือดผ่อง เจ้าของเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์ 2008, ''แม็ก'' ชัชวาล ขาวละออ เจ้าของเหรียญทองเอเชียนเกมส์ และคนอื่นๆ ไม่มีใครสามารถเลือกที่จะลงแข่งขันรายการไหนก็ได้ เพราะโค้ชเชจะดูว่าใครพร้อมที่จะลงแข่งขันรายการใด


คำว่าระเบียบวินัย คือสิ่งที่เชสอนให้นักกีฬาทุกคนมี และสิ่งนี้อาจเป็นสิ่งที่หลายชนิดกีฬาขาดหายไป ซึ่งเมื่อนักกีฬาขาดระเบียบวินัย หรือโค้ชไม่มีอำนาจสั่งการ ปล่อยให้ผู้บริหารสมาคมที่รู้แค่เพียงการบริหารงาน แต่ไม่รู้ลึกซึ้งเท่าโค้ชได้มีสิทธิ์เหนือโค้ช บ่อยครั้งที่ความสำเร็จไม่เกิดขึ้นในกีฬาชนิดนั้นๆ


แต่ถ้าโค้ชมีบารมีสอนให้นักกีฬาเชื่อฟัง มีระเบียบวินัย แต่ขาดกึ๋น กีฬาชนิดนั้นๆ ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ซึ่งคำว่า ''เก่ง'' ไม่ได้เกิดขึ้นกับโค้ชที่ขยันเสมอไป แต่มันเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวคนคนนั้นมา ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ และเมื่อบารมี บวกกึ๋นอยู่ด้วยกัน...คงไม่ต้องเดา เพราะความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหมือนดัง โค้ช เช ยอง ซอก ที่มีทั้ง 2 สิ่ง บวกแรงสนับสนุนจากผู้บริหารสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ทำให้ทัพจอมเตะไทยสร้างความยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้


หากสมาคมกีฬาในเมืองไทยให้สิทธิ์ผู้ฝึกสอนทำทีมได้เต็มที่เหมือนที่โค้ชเชได้โอกาส เชื่อเหลือเกินว่ากีฬาไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก


เราลองมารู้จักโค้ชเชว่า เขาเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงทำเทควันโดไทยได้ยอดเยี่ยมก้าวขึ้นไปอยู่ระดับแถวหน้าของโลก และเป็นขวัญใจชาวไทยไปแล้ว



เช ยอง ซอก เกิดที่เมืองซองนัม ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2518 อายุ 36 ปี มีพี่สาว 1 คน อายุมากกว่า 3 ปี อยู่ที่เกาหลี ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน เพราะพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เชอายุได้ 7 ขวบ ต้องอยู่กับแม่และยายมาตลอด ซึ่งแม่ต้องทำงานวันละ 2 แห่ง ตอนเช้าทำงานในโรงอาหาร ตอนเย็นเป็นแม่บ้าน รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัวสักเท่าไหร่ อยากกินอะไรได้แค่นึก จะไม่เคยสมหวังสักเท่าไหร่ เรียกว่าจนมาก ในทุกเดือน คุณยายกับเชต้องไปเข้าแถวขอรับข้าวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทางจังหวัดแจกให้ทุกเดือน ซึ่งทางรัฐบาลเกาหลีเขาจะเช็กทุกเดือนว่าประชาชนครอบครัวไหนฐานะยากจนจะได้รับการช่วยเหลือด้านข้าวสาร


ผู้ฝึกสอนเทควันโดไทยเลือดอารีดัง ตอนเด็กไม่ได้ชื่นชอบกีฬาเทควันโดสักเท่าไหร่ จะให้ความสนใจกีฬาเบสบอล เรียกได้ว่าหลงใหลถึงขนาดบอกให้แม่ซื้อชุดเบสบอลปักชื่อเชด้านหลัง เพื่อให้ดูโก้เก๋ ซึ่งพอแม่จัดให้ชุดตัวโปรด ทำเอาเชใส่เดินอวดไปทั่วหมู่บ้าน แต่มันเป็นเวลาแค่เพียงปีเศษที่ได้หลงใหลกับชุดเก่ง และกีฬาที่ชื่นชอบ พออายุ 11 ปี เช ยอง ซอก ได้รู้จักเทควันโด กีฬาประจำชาติเกาหลีที่อยู่ในสายเลือดชาวกิมจิทุกคน โดยมีเพื่อนพาไปชมการฝึกซ้อมที่ยิมฯ และอยากเก่งเหมือนเพื่อน พร้อมกับได้รับโปรโมชั่นจากเจ้าของค่ายที่ยากจะปฏิเสธ คือเรียนฟรี 1 เดือน ตั้งแต่วันแรกที่เชฝึกซ้อมตลอด 30 วัน เขาไม่เคยขาดหรือสายเลยแม้แต่วันเดียวจนฝีมือพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว


หลังจากนั้น 1 เดือน หมดเวลาโปรโมชั่นแล้ว ถ้าคิดจะเรียนต่อต้องเสียเงิน เดือนละ 30,000 วอน หรือคิดเป็นเงินไทย 1,000 บาท ทำเอาหนุ่มน้อยเชคิดหนัก ก่อนที่จะตัดสินใจไปบอกแม่ ทั้งที่รู้ว่ากว่าแม่จะหาเงินมาได้แต่ละวอน เหนื่อยแทบขาดใจ แต่ด้วยความเป็นเด็กอายุแค่ 12 ปี จึงกล้าที่จะบอกแม่ และความรักที่มีให้ต่อลูกทำให้ยอดคุณแม่ต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นอีกเพื่อหาเงินมาให้ค่าเล่าเรียนเทควันโดลูก และนี่คือจุดเริ่มต้นของกีฬาเทควันโดยอดโค้ช เช ยอง ซอก ทำให้ก้าวไปสู่เยาวชนทีมชาติเกาหลี คว้าความสำเร็จในการเป็นนักกีฬามาอย่างมากมาย จวบจนมาติดทีมชาติชุดใหญ่ สามารถคว้าเหรียญทอง ม.โลก ที่ประเทศญี่ปุ่นได้


จากนั้นชีวิตเชหักเหไปเป็นผู้ฝึกสอน ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีสามารถก้าวไปเป็นสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติได้ ก่อนที่จะได้รับการทาบทามไปเป็นโค้ชทีมชาติบาห์เรน ทำทีมได้ 1 ปี เจอแต่นักกีฬาลูกคุณหนูมาฝึกซ้อม ต้องนั่งรถหรูมีคนขับรถมาส่ง จะบังคับให้ซ้อมตามโปรแกรมที่ตัวเองสอนก็ไม่ได้ ผลงานจอมเตะจากแดนอาหรับไม่ดี ส่งให้เชต้องคิดใหม่ทำใหม่ ในเมื่อตัวเองไม่มีโอกาสได้ทำทีมอย่างที่วางไว้ มัวแต่จะเอาเงินเดือน เดือนละหลายแสนบาทก็ไม่มีความสุข และเป็นจังหวะเดียวที่ช่วงนั้นเชได้รับข่าวร้าย คุณแม่เสียชีวิต ทำให้ต้องเดินทางมาจัดงานศพให้คุณแม่


ช่วงนั้นเชเสียใจมาก ถึงขนาดไม่อยากทำอะไรเลย สิ่งที่ฝันคือการเป็นโค้ชทีมชาติในต่างแดน สร้างนักกีฬาที่เก่งที่สุดในโลกหยุดนิ่ง เหลือเพียงแค่เป็นอาจารย์สอนในเมืองบ้านเกิดเท่านั้น จึงต้องยกเลิกสัญญากับบาห์เรน แต่เหมือนสวรรค์ลิขิต ขีดเขียนเส้นทางให้เดิน ''บิ๊กชา'' ปรีชา ต่อตระกูล เลขาธิการสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทย ในยุค ''บิ๊กหอย'' ธวัชชัย สัจจกุล เป็นนายกสมาคมฯ อยากได้โค้ชแดนโสมมาทำทีมชาติ จึงไปทาบทามสหพันธ์เทควันโดแห่งเอเชีย ซึ่งได้ติดต่อไปถึง เช ยอง ซอก โดยตอนแรกเชตอบปฏิเสธต่อคนที่มาเจรจาไปทันที แต่พอมาได้คิดคำพูดของตัวเอง ที่เคยบอกแม่ไว้ว่า ''ผมจะไปสร้างนักกีฬาที่เก่งในต่างประเทศเพื่อชื่อเสียงของกีฬาเทควันโดเกาหลีใต้'' ทำให้เชเปลี่ยนใจในวันต่อมา จนเป็นที่มาของประวัติศาสตร์เทควันโดไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 9 ปีกว่า


ไม่ว่าจะเป็นเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่เมืองบูซาน ประเทศเกาหลีใต้ ที่คว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน เวทีแจ้งเกิด ''วิว'' เยาวภา บุรพลชัย กับ ''จิ๊บ'' ชลนภัส เปรมแหวว ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นธัญนันท์ต่อมาอีก 2 ปี ''น้องวิว'' โด่งดังเปรี้ยงปร้างเป็นพลุแตกจาก เหรียญทองแดงประวัติศาสตร์เทควันโดโอลิมปิกเกมส์ 2004 ต่อมาในปี 2006 จอมเตะไทยทำสถิติได้อีกครั้งในศึกเยาวชนชิงแชมป์โลก กับการแจ้งเกิดของ ''สอง'' บุตรี เผือดผ่อง และ 'ไอร์''เป็นเอก การะเกตุ ผู้คว้าแชมป์เยาวชนโลกที่ประเทศเวียดนาม 2549 แถมในเดือนธันวาฯ ปีเดียวกัน เอเชียนเกมส์ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ นักเทควันโดแดนสยามขยับเหรียญเงินเพิ่มเป็น 3 เหรียญ จากบูซาน 2 ได้เพิ่มมาอีก 1 เงิน


ทุกรายการที่ไทยส่งจอมเตะเข้าแข่งขัน จะต้องคว้าความสำเร็จมาตลอด แชมป์เวิลด์คัพ มาจนแชมป์เอเชีย ไม่นับกีฬาซีเกมส์ที่โกยเหรียญเป็นว่าเล่นตั้งแต่ที่โคราช จนถึงเวียงจันทน์เกมส์ จวบจนโอลิมปิกเกมส์ 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศ จีน ''น้องสอง'' เพิ่มความยิ่งใหญ่ให้เทควันโดไทย ด้วยการคว้าเหรียญเงิน สร้างตำนานหน้าใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม และมาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 16 ''กว่างโจวเกมส์'' ที่ประเทศจีน ทัพจอมเตะไทยได้สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการคว้าเหรียญทองอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน จาก ''หยิน'' สริตา ผ่องศรี ฮีโร่เหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาไทย ก่อนที่ ''เจ้าแม็ก'' ชัชวาล ขาวละออ จะเก็บทองปิดท้ายให้ทีมเทควันโดสยาม แถมยังมีของชำร่วยเพิ่มมาอีก 2 เงิน 4 ทองแดง


หัวใจของเชถึงแม้จะเป็นชาวเกาหลี แต่เมื่อเขาสวมชุดฟอร์มที่ติดธงไตรรงค์ไทย เขาจะนึกเสมอว่า เขาคือโค้ชทีมชาติไทย เป็นคนไทยคนหนึ่งที่จะนำนักกีฬาไทยไปทำชื่อเสียงให้คนทั้งโลกได้ประจักษ์ หลายครั้งที่เชต้องฟาดฟันกับคนเกาหลีด้วยกันเอง เพื่อปกป้องนักกีฬาไทย จนบางครั้งถึงขนาดต้องถูกตำรวจเชิญตัวออกจากสนามแข่งขัน แต่เขาก็ต้องทำหน้าที่การเป็นโค้ชให้ดีที่สุด ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่เชทำ ถูกถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์มาให้คนไทยได้ชมกันทั่วประเทศ ทำให้ชาวไทยมีความสุขทุกครั้ง ต่างยกให้ เช ยอง ซอก เป็นฮีโร่นำความสำเร็จมาสู่แดนสยาม จนกระแสเชฟีเวอร์ตามสื่อต่างๆ กลายเป็นขวัญใจประชาชน ไปที่ไหนจะต้องมีคนมาขอถ่ายรูป โด่งดังไม่แพ้ดาราระดับซูเปอร์สตาร์เลยทีเดียว


เรียกว่าคนไทยให้ความรักต่อเชอย่างมากจนทำให้โค้ชเลือดโสมขาวเกิดความรู้สึกผูกพันกับคนไทยจนอยากเป็นพลเมืองไทย จึงประกาศขอสัญชาติไทย ทำเอากระแสเชพุ่งเป็นพลุแตก ชาวไทยทุกคนอยากให้เชเป็นคนไทย ทำให้มีการโพสต์ข้อความในเว็บไซต์ต่างๆ เชียร์การขอสัญชาติไทยของเชให้ประสบผลสำเร็จเร็วๆ


ในความสำเร็จช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่า เช ยอง ซอก เป็นโค้ชที่โดดเด่นที่สุดในเมืองไทย ควรค่าต่อรางวัลสยามกีฬา อวอร์ดส์ ครั้งที่ 5 ที่ได้รับ และถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เชได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งถือเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้


"ผมขอขอบคุณสยามกีฬาที่มอบรางวัลนี้ให้กับผม ครั้งแรกที่ผมได้รับ ถ้วยรางวัลยังคงเก็บไว้ในตู้โชว์ ซึ่งผมเห็นทุกครั้งรู้สึกดี จนมาครั้งนี้ได้อีกครั้งยิ่งดีใจมาก ต่อไปผมจะต้องเดินต่อเพื่อนำเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2012 มาให้คนไทย ผมรักนักกีฬา ผมรักคนไทยทุกคนครับ'' นี่คือคำพูดที่ออกจากปาก เช ยอง ซอก ทุกคำไม่มีการแต่งเติม ถึงแม้จะไม่ยืดยาว แต่ได้ใจความ และชายคนนี้ได้สอนอะไรผู้บริหารสมาคมกีฬาต่างๆ ให้ได้รู้จักคำว่า ''โค้ชที่พวกคุณไว้ใจนำเข้ามาสอนนักกีฬาทีมชาติ คุณต้องปล่อยให้เขาแสดงความสามารถให้เต็มที่ มีสิทธิ์เลือกตัวนักกีฬาเอง และความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างที่ผู้บริหารสมาคมตั้งใจ''

ตะเภาทองสับสายันต์ดิ้นล้างแค้นมวย7สี

 
 

        ตะเภาทอง อีมิแน้นท์แอร์ เคยแพ้ให้กับ สายันต์น้อย 91 รุ่งโรจน์ มาแต่ไฟต์นี้มานิ่ง ต่อยเวตถนัด ดักสับศอกได้น่ากลัว และมาประสบความสำเร็จในต้นยกสาม เมื่อสับศอกซ้ายเข้าเต็มกรามส่ง สายันต์น้อย หลับกลางอากาศลงไปนอนสลบนับถึง 100 ก็ไม่ฟื้น "ตะเภาทอง" เอาชนะน็อกล้างแค้นเสร็จสรรพ ศึกมวยไทย 7 สี เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่ผ่านมา


     ศึกมวยไทย 7 สี เวทีมวยช่อง 7 นัดวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา คู่เอก สายันต์น้อย 91รุ่งโรจน์ ขึ้นมาพบกับ ตะเภาทอง อีมิแน้นท์แอร์ ในพิกัด 125 ปอนด์ เรตเปิดใครต่อรอง โดยที่ สายันต์น้อย นั้นเคยชนะมาครั้งหนึ่ง เปิดออกมายันเสมอ ตะเภาทอง ได้ชกเวตถนัดและก็ขยับต่อ 5-4



     ยกสอง สายันต์น้อย บุกปล้ำตีเข่า ตะเภาทองรับนิ่ง ไล่แขนดันออกแล้วสับศอกใส่ได้น่ากลัว หมดยก ตะเภาทองยังต่อ 5-4 ยกสาม เปิดเกมมาได้ไม่ถึงนาที ตะเภาทองก็ได้จังหวะสับศอกซ้ายเต็มกรามสายันต์น้อย หลับกลางอากาศร่วงไปให้กรรมการสับนับ และไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวดอกเดียวเลิก "ตะเภาทอง" ล้างแค้นได้สำเร็จ


     คู่รอง เพชรมรกต ทีเด็ด 99 อดีตแชมเปี้ยน ดันเตะซ้ายสู้เข่า อาศัยหลักเหลี่ยมหักเล่นงานเอาชนะ เมธี ก.กัณทรารมย์ ที่เชื่องช้าแก้เกมไม่เป็นขาดลอย, วราพล ส.ศักรินทร์ แพ้คะแนน ฤทธิเดช ก.สกุลเชื้อ, แสนเก่ง พี.เค.พี.สปอร์ต โดนจับแพ้หมดทางสู้ ใจสู้ ส.คำสิงห์ ในยก 4, เพชรทองดี เกียรติทองดี แพ้คะแนน รุ่งเพชร เพชรเจริญ และ แสนเก่ง ก.สกุลเชื้อ แพ้คะแนน หาญชัย ป.รักไทย
 
เครดิต  siamsport.com

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

นักชกไทยระทึกหนีสึนามิแดนซามูไร

 
 

        สึนามิถล่มญี่ปุ่น!!! บรรดานักชก ที่ไปขุดทองหนีตายสุดชีวิต แม้จะปลอดภัยแล้ว แต่ความเป็นอยู่ลำบาก ลั่นอยากกลับเมืองไทยใจจะขาด เก่งกาจ ชูวัฒนะ เผ่นแนบเอาตัวรอดหวุดหวิด หลังคลังน้ำมันระเบิดที่โตเกียว ด้าน นพเดช 2 ชูวัฒนะ, ชูถิ่น พ.ธวัชชัย และ ชนแดน เทคโนสวนดุสิต ที่อยู่โยโกฮามา ประสบปัญหาไฟดับ น้ำประปาไม่ไหล ฝั่ง กฤษกนก ไอร์แลนด์มวยไทย พลาดขึ้นชิงแชมป์โลก "เสี่ยนริศ" พาหนีขึ้นเครื่องที่โอซากา ลาทีแดนปลาดิบ


     ธรณีพิบัติภัยคลื่นยักษ์ "สึนามิ" ถล่มญี่ปุ่นในครั้งนี้ ส่งผลให้นักมวย และคนจัดมวยได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยดังรายละเอียดต่อไปนี้

   
"เก่งกาจ" หวิดม้วยคลังน้ำมันระเบิด

 
     เก่งกาจ ชูวัฒนะ ที่ไปเป็นเทรนเนอร์ และชกมวยไปในตัว ที่กรุงโตเกียว เผยถึงเหตุการณ์ ที่เกินคลื่นยักษ์สึนามิ ซึ่งเมื่อสึนามิหายไปแล้ว ผลกระทบตามมาไม่ขาดสาย อย่างที่พักของตนนั้น ตั้งอยู่ใกล้คลังน้ำมัน ซึ่งเกิดระเบิดเป็นวงกว้าง แรงระเบิดกินพื้นที่หลายกิโลฯ มีคนบาดเจ็บ ล้มตาย
 
     ตนนั้นโชคดี ที่อยู่ห่างไกลแรงระเบิด เมื่อได้ยินเสียง ก็วิ่งหนีเอาตัวรอด ผู้คนในละแวกนั้นอลหม่าน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือน ร้านค้าต่างๆ ถูกเพลิงไหม้ อันเป็นผลมาจากคลังน้ำมันระเบิด
   
ศิษย์ "อั้งม้อ" อยู่ในความมืด

 
     ด้าน 3 ศิษย์ของ "อั้งม้อ" ชูเจริญ รวีอร่ามวงศ์ นพเดช 2 ชูวัฒนะ, ชูถิ่น พ.ธวัชชัย และ ชนแดน เทคโนสวนดุสิต ซึ่งไปขุดทอง เป็นเทรนเนอร์ที่กรุงโยโกฮามา ถึงแม้จะไม่โดนคลื่นยักษ์โดนตรง แต่ว่าเครื่องสาธารณูปโภค ได้รับความเสียหาย ไฟฟ้าดับมืดกันทั้งเมือง แถมท่อประปาก็แตก น้ำไม่ไหลอีกต่างหาก เล่นเอา 3 นักชก ถึงกับเอ่ยปากอยากกลับเมืองไทย ขยาดแล้วเมืองญี่ปุ่น
   
"หน้าสวน-เด่นธรณี" ไม่มีผลกระทบ

 
     ที่เมืองฟูกุจิมิ มีนักชกไทย หน้าสวน ศศิประภายิม ไปเป็นเทรนเนอร์ เผยว่าเมืองนี้นั้น ตั้งอยู่บนภูเขาสูง ไม่โดนผลกระทบ แต่ว่าแรง สึนามิ ก็ส่งผลให้แผ่นดินไหว ตึกสะเทือนโคลงเคลงเล่นเอาขวัญเสียไปพักใหญ่
 
     ในด้าน เด่นธรณี นครทองปาร์ควิว ที่พักอยู่กรุงเกียวโต โชคดีที่ในเมืองนี้ไม่โดนผลกระทบ แต่ก็บ่นอยากกลับเมืองไทย เพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์สึนามิ จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ซึ่งตนก็โทร. สอบถามเพื่อนนักมวยไทยด้วยกัน สอบถามความทุกข์สุข
   
"กฤษกนก" หนีกลับ "ปวริศ" เลื่อน

 
     ส่วนคนที่น่าเสียดายเป็นที่สุดก็คือ กฤษกนก ไอร์แลนด์มวยไทย นักชกสาวจากสุราษฎร์ฯ ในเครือก่อเกียรติกรุ๊ป ที่เดินทางไปกับ เสี่ยนริส สิงหวังชา เพื่อทำการชกแย่งแชมป์ 102 ปอนด์ของ WBC กับ โมโม่ โคเซกิ แชมป์เจ้าถิ่น โดยจะมีขึ้นที่กรุงโตเกียว เวทีมวยโครักโคเอ็น ในวันเสาร์ที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา
 
     ซึ่งรายการนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว และทาง เสี่ยนริส ก็เตรียมพร้อมเผ่นกลับเมืองไทย เดินทางไปขึ้นเครื่องที่โอซากา บินด่วนกลับไทย ซึ่งกำหนดจะเดินทางถึงในวันนี้ (13 มี.ค.)
 
     ด้าน แสนชัย โจ๊กเกอร์ คนไทยที่เป็นมือโปรจัดมวยที่ญี่ปุ่น ติดต่อทาง ปวริศ เสถียรยืนยง ไปชกวันที่ 13 มี.ค. ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 26 มี.ค. แทน โดยทาง ปวริศ และ ต่อศักดิ์ ศศิประภายิม ปลอดภัยดี แม้จะเสียเวลาในการเดินทางนาน คือต้องไปลงเครื่องที่โอซากา แต่ว่าตอนนี้ พักอยู่ที่กรุงโตเกียว หลังจากที่ แสนชัย เดินทางไปรับ เก็บตัวเตรียมขึ้นชก 26 มี.ค.
 
เครดิต siamsport.com

เข้มฟอร์มดุถล่มกงจักรหมอบยก2ศึกจ้าวมวยไทย

 
 

        
เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง เหนือกว่าเยอะขึ้นมาต่อ 10-1 และไม่ทำให้แฟนผิดหวัง ต่อยนับ 8 ก่อนสับศอกน็อก กงจักร ส.ทวนทอง ยก 2 คู่เอก ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวยอ้อมน้อย เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา



     ศึกจ้าวมวยไทย เวทีมวยอ้อมน้อย เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา คู่เอก เข้ม ศิษย์สองพี่น้อง ชกพิกัด 147 ปอนด์ ต่อน้ำหนักให้ กงจักร ส.ทวนทอง 3 ปอนด์ เรตเปิด เข้ม ต่อ 2-1 กรรมการอวยพร เขียวกุ้ง เป็นผู้ห้าม
 
     หมดยกแรก เข้มต่อ 10-1 เล่นไม่รอดต่อ 3-1 ยกสอง เข้ม คุมจังหวะดักเตะขวาต่อยหมัด กงจักร หาจังหวะต่อยหมัดปล้ำเข่า ให้ท่านรองได้เฮ กลางยกเข้มดันหน้าแทงเอาคืน ก่อนจะแทงหน้าขาซ้าย แล้วต่อยหมัดซ้าย กงจักร ทรุดคาเชือกให้กรรมการนับ 8 กงจักร กัดฟันบวกศอกต่อยหมัดสู้ยิบตาไม่ยอม เข้ม โดนศอกแตกที่หน้าผาก จึงหาทางปิดเกมด้วยการสับศอกขวาเต็มกราม กงจักร หล่นเป็นนกปีกหัก พ่ายน็อก ช่วงกลางยก
 
     ส่วนผลการชกคู่อื่นๆ มีดังนี้ คู่รอง รุ่งอุบล อีมิเน้นแอร์ เจอกับ เพชรวานร เอกบางไทร สองยกสูสี ยกสาม เพชรวานรเดินเบียดเตะซ้ายแทงซ้าย กำลังจะได้ลุ้น เจอรุ่งอุบลต่อยหมัดขวาเต็มๆ หล่นนับ 8 ปลายยกแข็งใจแทงเข่าทำท่าจะได้ลุ้น หมดยกสาม รุ่งอุบลต่อ 3-1 สองยกสุดท้าย เพชรวานรเร่งเกมแต่ทำอะไรไม่ได้ รุ่งอุบลคุมเกมได้หมด ก่อนจะชนะคะแนนขาดลอย,
 
     สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง เสมอกับ ทรงนิยม (ทวนทอง) พุ่มพันธุ์ม่วง, เจมศักดิ์ ศักดิ์บุรีรัมย์ ชนะคะแนน สิทธิศักดิ์ ช.จันมณี, ศิลาเงิน ว.วิวัฒนานนท์ แพ้คะแนน ฉมวกเพชร เพชรเกษม, จ้าวคัมภีร์ ศิษย์ครูเสม ชนะคะแนน บุญเบิกฟ้า ส.งามรีสอร์ต

เครดิต siamsport.com

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

ค็อตโต้โวแหลกยังมีดีอีกเพียบ

 
 

        มิเกล ค็อตโต้ โวสนั่นยังมีทีเด็ดอีกเยอะแยะ แม้จ่อถึงวันแขวนนวม ขณะที่ ริคาร์โด้ มายอร์ก้า ยันขอสู้ขาดใจ ในไฟต์ท้าชิงเข็มขัดแชมเปี้ยนโลก ไลท์มิดเดิ้ลเวต ดับเบิ้ลยูบีเอ วันเสาร์นี้ แม้เป็นรองสุดกู่ก็ตาม


     มิเกล ค็อตโต้ ยอดนักมวยชาวเปอร์โตริโก ออกมาประกาศลั่นว่า ตนยังมีทีเด็ดอีกเยอะ ที่จะถูกนำมาใช้ในการป้องกันเข็มขัดแชมป์โลก รุ่นไลท์มิดเดิ้ลเวต สมาคมมวยโลก (ดับเบิ้ลยูบีเอ) กับ ริคาร์โด้ มายอร์ก้า ผู้ท้าชิงจากนิคารากัว ที่สังเวียน เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เด้น อารีน่า นครลาสเวกัส รัฐเนวาด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 12 มีนาคมนี้ 



     ค็อตโต้ วัย 30 ปี ซึ่งมีสถิติการชกอาชีพชนะ 35 ไฟต์ (ชนะน็อก 28 ไฟต์) แพ้ 2 ไฟต์ กล่าวว่า "ผมรู้สึกว่า ตัวผมเองมีประวัติการชกที่ยอดเยี่ยม ผมรู้ว่า มันใกล้ถึงวันยุติอาชีพนี้แล้ว แต่ผมกลับยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเริ่มต้นอยู่เลย ตอนนี้ผมรู้สึกเยี่ยมมากๆ ผมรู้สึกว่า ตัวเองยังมีดีอีกเยอะ ซึ่งมีมากกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำ"


     ถึงแม้จะถูกมองเป็นมวยรองบ่อน แต่ มายอร์ก้า วัย 38 ปี ที่มีสถิติการชกอาชีพชนะ 29 ไฟต์, แพ้ 7 ไฟต์, เสมอ 1 ไฟต์ โดยเป็นการชนะน็อก 23 ไฟต์ ยืนยันว่า ตนจะสู้อย่างเต็มที่แน่ๆ โดยระบุว่า "ผมไม่แคร์อะไรเลยกับสิ่งที่ผู้คนคิดว่า ผมคู่ควรกับเข็มขัดแชมป์หรือเปล่า เพราะสิ่งที่ผมแคร์ก็คือ การฉกฉวยความได้เปรียบทั้งหมด และเป็นแชมป์โลกสมัยที่ 4 ให้ได้"
 
เครดิต  siamsport.com

วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554

เที่ยว สนามมวย ในกรุงเทพมหานคร

มวยไทย


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก muaythailumpini.com และ muaythai2000.com 

          "มวยไทย" ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่เป็นมรกดทางวัฒนธรรม และเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยมานานนับร้อยปี ซึ่งหากจะเอ่ยถึงสนามมวยเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึง สนามมวยราชดำเนิน และ สนามมวยลุมพินี เพราะฉะนั้น วันนี้เราเลยจะชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวชม "มวยไทย" ศิลปะความงดงามของไทยที่ สนามมวยลุมพินี และ สนามมวยราชดำเนิน กันก่อนค่ะ

          เริ่มกันที่ สนามมวยราชดำเนิน หรือ เวทีมวยราชดำเนิน (Rajadumnern Stadium) เวทีมวยระดับมาตรฐานหนึ่งในสองแห่งของประเทศไทย ตั้งอยู่ ณ ถนนราชดำเนินนอกเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร สนามมวยราชดำเนินก่อตั้งขึ้นโดยดำริของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยให้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างขึ้น และเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปีพ.ศ. 2484 แต่มาเสร็จสิ้นหลังสงครามสงบแล้ว ในปี พ.ศ. 2488 และมีการแข่งขันนัดแรกในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2488 โดยมี นายปราโมทย์ พึงสุนทร เป็นผู้จัดการสนามมวย หรือ นายสนามมวย

สนามมวยราชดำเนิน

          โดยในระยะแรก สนามมวยราชดำเนิน ยังไม่มีหลังคามุง ต่อมา นายเฉลิม เชี่ยวสกุล ผู้จัดการสนามมวย ได้เล็งเห็นถึงปัญหาและความไม่สะดวก จึงเสนอให้สร้างหลังคาคลุมพื้นที่ทั้งหมด ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 สนามมวยราชดำเนิน จึงแล้วเสร็จสมบูรณ์เป็นสนามมวยได้มาตรฐาน

          สนามมวยราชดำเนิน นับเป็นเวทีมวยระดับมาตรฐานแห่งแรกของประเทศไทย ได้ถูกยอมรับว่ามีทำเลที่ตั้งและสถาปัตยกรรมสวยงามแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งปัจจุบัน สนามมวยราชดำเนิน ปรับปรุงสภาพใหม่และได้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ จึงได้ชื่อเรียกเล่น ๆ จากแฟนมวยว่า "วิกแอร์" อีกทั้งยังมีนักมวยทั้งนักมวยไทย นักมวยสากล จำนวนมากมายขึ้นชกที่นี่ ไม่ว่าจะเป็น โผน กิ่งเพชร, ชาติชาย เชี่ยวน้อย, เวนิส บ.ข.ส., พเยาว์ พูนธรัตน์, เขาทราย แกแล็คซี่, รัตนพล ส.วรพิน, ชนะ ป.เปาอินทร์ เป็นต้น

          ทั้งนี้ สนามมวย ราชดำเนิน จัดให้มีการชกทุกวันจันทร์, พุธ และพฤหัสบดี เวลา 18.00-21.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 17.00-21.00 น. เว้นวันสำคัญทางศาสนา

สนามมวยลุมพินี

          ขณะที่ สนามมวยลุมพินี หรือ เวทีมวยลุมพินี (Lumpini Stadium) สนามมวยระดับมาตรฐานของประเทศ เทียบเท่ากับ สนามมวยราชดำเนิน ตั้งอยู่ ณ ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร ติดกับโรงเรียนเตรียมทหาร (เดิม) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดย พล.ต.ประภาส จารุเสถียร ขณะดำรงตำแน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

          โดย สนามมวยเวทีลุมพินี เปิดแข่งขันครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ตามหลักฐานที่เป็นทางการ มีพื้นที่ 1,501.75 ตารางวา หรือประมาณ 3 ไร่ 3 งานเศษ โดยเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ แต่ปัจจุบันก็อยู่ในความดูแลของกองทัพบก

สนามมวยลุมพินี

          สนามมวยลุมพินี นับได้ว่าเป็นสนามมวยที่มีประวัติยาวนานเช่นเดียวกับ สนามมวยราชดำเนิน มีการจัดการชกมวยทั้งมวยไทยและมวยสากล ผ่านการนัดสำคัญ ๆ มากมาย เช่น การชิงแชมป์โลกครั้งแรกของ โผน กิ่งเพชร กับ ปาสคาล เปเรซ เมื่อคืนวันเสาร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 เป็นต้น

          ทั้งนี้ สนามมวยลุมพินี จัดให้มีมวยชกทุกวันอังคาร, ศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. และวันเสาร์ เวลา 17.00-24.30 น. เว้นวันสำคัญทางศาสนา